อัลบั้ม Wings ของ BTS ติดอันดับ 8* ใน 20 อัลบั้มแห่งปี โดย Fuse.TV

ที่มา http://www.fuse.tv/2016/12/best-albums-of-the-year-2016
แปลและเรียบเรียง @mhonism
Fuse.TV** จัดอันดับ 20 อัลบั้มแห่งปี 2016 ท่ามกลางศิลปินตะวันตกชื่อดังอย่าง Rihanna, Beyonce, David Bowie และอื่น ๆ อัลบั้ม Wings ของ BTS เป็นอัลบั้มศิลปินเคป๊อปหนึ่งเดียวที่ติดในการจัดอันดับนี้ โดย Jeff Benjamin คอลัมนิสท์ของ Fuse.TV และ Billboard ได้เขียนแนะนำอัลบั้มนี้เอาไว้ว่า

“ระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่เดบิวท์ BTS ได้สะสมฐานแฟนคลับจากทั่วโลก งานนี้ต้องขอบคุณสมาชิกทั้ง 7 ที่มีส่วนร่วมในการทำเพลง ทั้งเขียนเนื้อร้องและโปรดิวซ์ จนได้เพลงสื่อสิ่งที่พวกเขารู้สึกออกมาอย่างจริงใจ ซึ่งนี่เป็นเรื่องหายากในแวดวงเคป๊อป

ในอัลบั้มที่ 2 นี้ BTSได้เสริมจุดแข็งของพวกเขาด้วยคอนเซปท์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ กับเพลงที่เข้าถึงได้ และไม่น่าแปลกใจหากติดชาร์ต Top40 บนคลื่นวิทยุ ด้วยเพลงโปรโมทอย่าง “Blood Sweat & Tears” ที่ทำให้นึกถึงเพลงฮิตล่าสุดของ Justin Bieber หรือเพลงที่มีกลิ่นอายแบบฮิปฮอปกับเนื้อหาสนับสนุนหญิงสาวให้เป็นตัวของตัวเองอย่าง “21st Century Girls” และเพลงปิดท้ายอัลบั้ม “Interlude: Wings” ที่มีบีทสุดร้อนแรงพร้อมเขย่าทุกคลับ

นอกจากนี้ในอัลบั้มยังมีอีก 7 แทร็คน่าจดจำอย่างงานโซโล่เดี่ยวของสมาชิกแต่ละคน ที่จะพาผู้ฟังไปรู้จักกับ 7 ตัวตนที่ประกอบขึ้นเป็น BTS กับแนวเพลงที่หลากหลาย ตั้งแต่เพลงแร๊พท่วงทำนองโศกอย่าง “Reflection” ของ Rap Monster ไปจนถึงเพลงบัลลาดที่มีเนื้อหาปลุกเร้ากำลังใจใน “Awake” งานโซโล่ของ Jin

อัลบั้มนี้นอกจากจะอัดแน่นไปด้วยเพลงที่หลากหลายถึง 15 เพลง มันยังอัดแน่นไปด้วยข้อพิสูจน์ว่า BTS เพิ่งเริ่มที่จะสยายปีกของพวกเขาอย่างแท้จริง”

สำหรับอันดับทั้งหมดของ 20 อัลบั้มแห่งปี 2016 โดย Fuse.TV มีดังต่อไปนี้
1. Rihanna, ‘Anti’
2. Solange, ‘A Seat at the Table’
3. Beyoncé, ‘Lemonade’
4. Chance the Rapper, ‘Coloring Book’
5. David Bowie, ‘Blackstar’
6. Ariana Grande, ‘Dangerous Woman’
7. Gallant, ‘Ology’
8. BTS, ‘Wings’
9. Flume, ‘Skin’
10. Nao, ‘For All We Know’
11. Kanye West, ‘The Life of Pablo’
12. Britney Spears, ‘Glory’
13. Anderson .Paak, ‘Malibu’
14. Tinashe, ‘Nightride’
15. Frank Ocean, ‘Blonde’
16. Mac Miller, ‘The Divine Feminine’
17. Sia, ‘This Is Acting’
18. Blood Orange, ‘Freetown’
19. Bon Iver, ’22, A Million’
20. Panic! At the Disco, ‘Death of a Bachelor’

*การจัดอันดับนี้ต้นฉบับใช้คำว่า THE 20 BEST ALBUMS OF 2016 เข้าใจว่าไม่ได้เป็นการเรียงอันดับแบบ 1 สูงสุด แล้วไล่ลงมานะคะ อารมณ์แบบ 20 อัลบั้มแนะนำแห่งปี อะไรทำนองนั้นมากกว่า
**Fuse.TV คือเวบไซต์ของช่อง Fuse เป็นช่องเคเบิลและทีวีดาวเทียมของสหรัฐ ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1994 ภายใต้ชื่อ MuchMusic USA เป็นช่องที่นำเสนอเรื่องดนตรีหลากหลายแนว และค่อนข้างได้รับความเชื่อถือในแวดวงดนตรี

แรปเปอร์ ‘Wale’ พูดถึง BTS ใน track ล่าสุด

Wale แรปเปอร์ชาวอเมริกัน ได้พูดถึงบังทันโซนยอนดัน ใน ‘Folarin Like (Nas is Like Freestyle)’  track ล่าสุดที่เขาปล่อยผ่าน SoundCloud

โดยในท่อนหนึ่งของเพลงมีเนื้อหาว่า “Foreign features from South Korea. 
BTS be the shit*, we about to see it” ทำให้แฟนๆในต่างประเทศของบังทันตื่นเต้นกันมาก

ก่อนหน้านี้ได้มีอาร์มี่ต่างประเทศทวีตถึง Wale เกี่ยวกับมิกซ์เทปเพลง illest bitch ของแรปมอนสเตอร์ ที่เขาแรปไปกับบีทของ Wale โดยทาง Wale ได้ทวีตเกี่ยวกับเรื่องนี้ พร้อมแคปชั่นว่า collab? ก่อนที่อีกไม่กี่วันต่อมาจะทวีตความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมว่า it’s in motion ทำให้แฟนๆคาดหวังว่าจะได้เห็นการทำงานร่วมกันระหว่างแรปเปอร์ชื่อดังและบังทันโซนยอนดันในเร็ววันนี้

*be the shit เป็นสแลงแปลว่าน่าประทับใจ

​Triple Crown ของ “บังชิฮยอก” แห่ง Big Hit

ที่มา –  http://m.entertain.naver.com/now/read?oid=108&aid=0002574850
แปลจาก – https://www.soompi.com/2016/12/02/big-hits-producer-bang-si-hyuk-hits-big-triple-crown/

แปลและเรียบเรียง – @mhonism
ขอแสดงความยินดีกับบังชิฮยอก โปรดิวเซอร์ใหญ่จาก Big Hit Entertainment กับรางวัลที่ 3 ในฐานะโปรดิวเซอร์แห่งปี
วานนี้(2 ธ.ค.) บังชิฮยอกได้รับรางวัล Best Executive Producer of the Year จากเวที Mnet Asian Music Awards 2016
ก่อนหน้านี้บังชิฮยอกเพิ่งได้รับรางวัลในฐานะโปรดิวเซอร์จากอีก 2 เวที คือ Asia Artist Awards(AAA) และ Melon Music Awards(MMA) ทั้ง 3 รางวัลที่เขาได้รับในปีนี้เป็นการตอบรับผลงานที่ได้รับความนิยมของเขาในปีนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานของบังทันโซนยอนดัน ที่อัลบั้ม Wings สร้างสถิติระดับชาติด้วยการติดอันดับที่ 26 ใน Billboard 200 ซึ่งเป็นอันดับที่สูงที่สุดที่ศิลปินเกาหลีเคยทำได้ อัลบั้มนี้ยังทำสถิติยอดขายสูงที่สุดบน Gaon Chart ด้วยยอด 681,924 แผ่น ในเดือนแรกที่อัลบั้มถูกปล่อยออกมา
บังชิฮยอกจบการศึกษาจาก Seoul National University วิชาเอกในสาขาสุนทรียศาสตร์(Aesthetics) ในระหว่างที่เขาเป็นโปรดิวเซอร์ใน JYP Entertainment เขาได้โปรดิวซ์เพลงดังหลายเพลง ทั้ง Bad Boy ของ Rain, My Ear’s Candy ของ แบคจิยอง รวมถึงผลงานที่โด่งดังของ 2AM อย่าง Even If I Die, I Can’t Let You Go ปัจจุบันนี้บังชิฮยอกเป็นโปรดิวเซอร์และผู้บริหารค่าย Big Hit Enterainment ซึ่งมี BTS และ Homme เป็นศิลปินในสังกัด

[แปล] บทสนทนาทางโทรศัพท์กับเจ้าหน้าที่ Melon Music เกี่ยวกับการคิดคะแนนรางวัล Melon Music Awards 2016

ที่มา https://twitter.com/null_hxh/status/800954274150658048
แปลภาษาอังกฤษ http://peachisoda.blogspot.kr/2016/11/misc-161122-telephone-conversation-with.html
แปล/เรียบเรียงภาษาไทย @mhonism

หมายเหตุ – แปลจากเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษนะคะ ถ้าหากใครสามารถแปลภาษาเกาหลีได้และพบว่าข้อความถอดเทป หรือข้อความแปลไม่ตรงกับหมายจริง ๆ สามารถทักท้วงได้ค่ะ ความน่าเชื่อถือสำหรับโพสท์นี้ ส่วนตัวแล้ว เราที่เป็นคนแปลยังไม่ให้ความน่าเชื่อถือ 100% เพราะในอินเตอร์เนตอะไรก็เกิดขึ้นได้ ฟังหูไว้หู แต่ถือว่าเป็นอีกข้อมูลในระหว่างที่เมล่อนยังไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการ (ถ้าเมล่อนมี Customer service ภาคภาษาอังกฤษก็จะอาสาโทรไปถามให้ค่ะ แต่นี่เข้าใจว่าไม่มี หน้าเวบภาษาอังกฤษยังไม่ทำให้เลย ฮือออ) อีกเรื่องที่อยากหมายเหตุไว้คือ เนื่องจากสกิลเกาหลีเรามีน้อยนิดมากๆ ดังนั้นการเลือกใช้คำพูดในฉบับที่เราแปลมา อาจจะไม่ได้สะท้อนน้ำเสียงที่แท้จริงของผู้พูดนะคะ

capture

(คลิปเสียง – บทสนทนาเริ่มต้นที่ประมาณนาทีที่ 17 ก่อนหน้านั้นเป็นเสียงจากระบบตอบรับอัตโนมัติของเมล่อน
ต้นฉบับจาก – https://soundcloud.com/user-112769738-291012205/call-1566-7727-0-1 (ถูกลบไปแล้ว))

cx2pqoduaaaoyq2

@null_hxh: ช่วยอธิบายหน่อยได้มั้ยคะว่าทำไมคำอธิบายของ “ข้อมูลภายใน” ถึงได้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา?
เจ้าหน้าที่คอลเซนเตอร์: ผมคิดว่ามันเป็นความเข้าใจผิด ถึงแม้ว่าเราจะอธิบายเรื่องเดิมกี่ครั้ง ก็ดูเหมือนแฟน ๆ จะไม่เข้าใจมัน ผมขออธิบายอีกรอบนะครับ “ข้อมูลภายใน”(ที่ใช้ในการตัดสินรางวัล) เป็นข้อมูลของศิลปินทั้งหมดที่รวบรวมขึ้นระหว่าง 19 พ.ย. 2015 ถึง 18 พ.ย. 2016 ซึ่งมันไม่สำคัญว่าศิลปินจะสามารถชนะที่ 1 กี่ครั้งในช่วงเวลานั้น จุดที่สำคัญคือจำนวนเพลงที่ถูกขายและถูกสตรีม ที่ถามกันเข้ามาว่า “ทำไม EXO ถึงไม่ชนะรางวัล ในเมื่อ EXO ชนะที่ 1 มากกว่า BTS” คำตอบที่ทางเราตอบได้คือ “จำนวนครั้งที่ศิลปินชนะบนชาร์ตเพลงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ ยิ่งศิลปินอยู่บนชาร์ต Top 50 นานขึ้น ก็จะได้คะแนนมากขึ้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่ได้ที่ 1” ซึ่งที่ผ่านมา แม้เราจะอธิบายแบบนี้ บรรดาแฟน ๆ ก็ดึงดันที่จะขอดู “ข้อมูลภายใน” นั้น โดยที่ไม่พยายามที่จะเข้าใจสถานะของเมล่อนในตอนนี้เลย นั่นทำให้เราต้องเปลี่ยนคำอธิบายไปเรื่อย ๆ

@null_hxh: งั้นคุณหมายความว่า “ข้อมูลภายใน” = “ข้อมูลภายนอก” อย่างนั้นหรอคะ?
เจ้าหน้าที่คอลเซนเตอร์: ครับ ศิลปินจะได้รับคะแนนมากขึ้นหากผู้ใช้ฟังเพลงและค้นหาเพลงของพวกเขาอย่างเป็นประจำสม่ำเสมอตลอดช่วงเวลา 1 ปีที่เก็บคะแนน ไม่ใช่การโหวตและการโหมสตรีมในช่วง 1 – 2 เดือนก่อนงานประกาศรางวัล “ข้อมูลภายใน” ที่ใช้คิดคะแนนรางวัลปลายปีนั้นเป็นผลรวมของทั้งคะแนนเรียลไทม์, คะแนนรายสัปดาห์ และคะแนนรายเดือน สาเหตุที่เราไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้เพราะเราต้องรักษาข้อมูลของศิลปินทั้งหมด(T/N เข้าใจว่าหมายถึงถ้าเปิดต้องเปิดหมดทั้งของกรณีที่มีปัญหาและกรณีอื่น ๆ แต่มันทำแบบนั้นไม่ได้)

@null_hxh: ถ้าการตัดสินรางวัลตัดสินจากข้อมูลที่แม่นยำถูกต้อง แปลว่าคุณจะไม่เปลี่ยนผลการตัดสินใช่มั้ยคะ?
เจ้าหน้าที่คอลเซนเตอร์: ใช่ครับ กรณีแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับเคสของ IU เมื่อปีก่อนเหมือนกัน แต่เราก็ให้รางวัลกับศิลปินที่ทำคะแนนได้สูงสุดในปีนั้น

@null_hxh: คุณจะไม่มีการตัดสินใหม่หรือเรียกรางวัลคืนใช่มั้ย?
เจ้าหน้าที่คอลเซนเตอร์: ครับ เมล่อนจะไม่ทำอย่างนั้น
————————————————-

ข้อสังเกตส่วนตัวของผู้แปล กับเรื่องการคิดคะแนนและ ranking ของอัลบั้มรายสัปดาห์ – ranking รายสัปดาห์ เป็นการคิดลำดับที่ในจุด ๆ หนึ่งของเวลาเท่านั้น ขณะที่การคิดคะแนนปลายปีเป็นการรวมคะแนนทั้งหมดมาคิด ทั้ง 2 สิ่งนี้อาจแปรผันตามกันหรือไม่ก็ได้ เพราะการคิดคะแนนปลายปีไม่ได้คิดคะแนนจาก ranking รายสัปดาห์

[แปล] นี่ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมสำหรับการบุกตลาดสหรัฐฯของ BTS – บังชิฮยอก

[แปล] นี่ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมสำหรับการบุกตลาดสหรัฐฯของ BTS – บังชิฮยอก

 

ที่มา K-Pop Herald* http://kpopherald.koreaherald.com/view.php?ud=201611141159496079752_2

แปล/เรียบเรียง – @mhonism

 

บังชิฮยอก หัวเรือใหญ่แห่ง Big Hit Entertainment ให้สัมภาษณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า “บังทันโซนยอนดัน” จะยังไม่เริ่มการโปรโมทอย่างเป็นทางการในสหรัฐฯในเร็ววันนี้

 

“พวกเราโฟกัสไปที่พัฒนาการและความริเริ่มสร้างสรรค์ของบังทันในฐานะบอยแบนด์เคป๊อป และเราจะยังคงโฟกัสกับมิตินี้ต่อไป” บัง ชิฮยอก โปรดิวเซอร์ฝีมือดีวัย 44 ปี บอกกับผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว OSEN

 

“ผมรู้สึกขอบคุณ หากความสนใจจากทั่วโลกจะช่วยให้บังทันสามารถเข้าสู่ตลาดเพลงกระแสหลักของสหรัฐฯได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมของบังทันที่จะเจาะเข้าตลาดเพลงสหรัฐ”

 

ที่ผ่านมา บังทันโซนยอนดันสามารถพาอัลบั้มของตัวเองเข้าสู่ชาร์ต Billboard 200 ได้ถึง 3 อัลบั้ม โดยล่าสุด อัลบั้ม “Wings” อัลบั้มเต็มที่ 2 ของพวกเขาสามารถขึ้นชาร์ตได้สูงสุดที่อันดับที่ 26

 

ในระหว่างการสัมภาษณ์ บังชิฮยอก ได้บอกกับผู้สื่อข่าวอีกว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้บังทันประสบความสำเร็จคือความรับผิดชอบ(ต่องาน)ของสมาชิก

 

“สมาชิกทุกคนของบังทันโซนยอนดัน สามารถที่จะเขียนเพลง, แต่งเพลง และโปรดิวซ์เพลงของตัวเองได้ นั่นเป็นจุดแข็งของวง นอกจากนี้สมาชิกแต่ละคนยังรู้ว่าอะไรที่พวกเขาต้องทำ และทำอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ภาระหน้าที่เหล่านั้นลุล่วงไปได้”

 

บังทันโซนยอนดันเพิ่งจัดงานแฟนมีทติ้ง “BTS 3RD MUSTER [ARMY.ZIP+]” ไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ Gocheok Sky Dome ในกรุงโซล โดยใน 2 รอบการแสดงนั้นมีแฟน ๆ จากทั่วโลกรวม 38,000 คนเข้าร่วมชม

 

*K-Pop Herald เป็นส่วนหนึ่งของ The Korean Herald หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษของเกาหลีใต้ ที่เริ่มตีพิมพ์มาตั้งแต่ปี 1953

[แปล] “Bangtan Bomb” กลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จของ BTS

“Bangtan Bomb” กลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จของ BTS
2016-11-07
ต้นฉบับ – http://entertain.naver.com/read?oid=025&aid=0002657188
แปลอังกฤษ – http://peachisoda.blogspot.com/2016/11/article-161107-bangtan-bomb-on-sns-push.html
แปลไทย/เรียบเรียง – @mhonism

หลังจากปล่อยอัลบั้มเต็มที่ 2 “Wings” เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา บังทันโซนยอนดันก็เข้าไปเขย่าชาร์ต US Billboard และชาร์ตเพลงในอีกหลายประเทศ กระแสจากต่างประเทศสู่เกาหลี ความสำเร็จของบังทันนั้นยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะที่พวกเขาได้รับเสียอีก บังทันกลายมาเป็นนักร้องเกาหลีกลุ่มแรกที่เข้า Billboard 200 ด้วยอันดับ 26 หลังจากเมื่อปี 2014 2NE1 เคยทำสถิติสูงสุดไว้ที่อันดับที่ 61 Billboard ได้เผยแพร่บทความหลายบทความที่พูดถึง “ปรากฏการณ์บังทัน(Bangtan Phenomena)” โดยในบทความเหล่านั้นบอกว่า “บังทันได้ก้าวเข้าสู้พื้นที่ความสำเร็จใหม่ ทั้งที่ไม่มีเพลงภาษาอังกฤษ และไม่มีการโปรโมทในสหรัฐอเมริกา” นอกจากนี้บังทันถูกจัดไว้ในอันดับที่ 6 ของ Youtube Music Global Top 100 Artist chart ของสัปดาห์ที่ 7 ต.ค. – 13 ต.ค. โดยพวกเขาทำคะแนนสูงกว่า Sia นักร้องนักแต่งเพลงชาวออสเตรเลีย(อันดับที่ 8) และ Ariana Grande(อันดับที่ 9)

บังทันกำลังเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับแวดวงเคป๊อปด้วยอายุวง 4 ปี อย่างนั้นหรือ? เราได้พูดคุยถึงเคล็ดลับความสำเร็จในการสร้างฐานความนิยมจากทั่วโลกกับสมาชิกทั้ง 7 ของบังทัน และ บัง ชิฮยอก CEO แห่ง Bighit Entertainment ผู้ที่ปั้นบังทันขึ้นมา

เมื่อเราไปถึงห้องซ้อมของบังทัน ก็ได้เห็นกระเป๋าเดินทางวางเรียงรายอยู่รอบห้อง เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงตารางงานที่แสนจะยุ่งของไอดอลกรุ๊ปอายุ 4 ปี วงนี้ ในมุมหนึ่งของห้องมีเก้าอี้นวดที่เป็นของขวัญจาก Naver ตั้งอยู่ด้วย หนุ่ม ๆ บังทันได้รับเก้าอี้นวดตัวนี้เป็นรางวัลสำหรับการที่พวกเขามียอดผู้ติดตามบน V App สูงที่สุดถึง 3,360,000 บัญชี

สมาชิกทั้ง 7 ของบังทันมีกลยุทธ์ในการสื่อสารที่ไม่ธรรมดา พวกเขาแสดงให้แฟน ๆ เห็นภาพลักษณ์สุดเท่บนเวที ในขณะเดียวกันพวกเขาก็อัพโหลดวิดิโอสั้นภายใต้ชื่อ Bangtan Bomb อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเปิดเผยตัวตนของพวกเขาในช่วงเวลาปกติ วิดิโอสั้นพวกนี้บันทึกภาพของหนุ่ม ๆ บังทันในชีวิตประจำวัน ตอนระหว่างรอการแสดงในห้องแต่งตัวบ้าง, ชีวิตที่หอบ้าง, ตอนที่พวกเขาเล่นสนุกในห้องซ้อม, หรือบางทีเหล่าสมาชิกก็มาบอกเล่าความรู้สึกกังวลใจผ่านทางวิดิโอนี้

บังทันฟอร์มวงขึ้นมาด้วยคอนเซปท์แบบพี่ชายข้างบ้าน/น้องชาย/เพื่อนผู้ชาย Suga พูดถึงตัวตนของบังทันว่าพวกเขาต้องการที่จะเป็น “ฮีโร่ที่ใคร ๆ ก็รู้สึกพึ่งพาได้ ไม่ใช่ไอดอลกรุ๊ปที่เป็นแบบอย่างจอมปลอม(Let’s become a hero who people can lean on and not an idol group who is like a fake idol.)” และเขายังบอกอีกว่า “พวกเราไม่ได้โอ้อวดเกินจริงหรือแอบซ่อนบุคลิกส่วนตัวของพวกเรา ในทางกลับกันเราได้เปิดเผยตัวตนของพวกเราอย่างต่อเนื่อง ทั้งบนยูทิวบ์ และโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก(SNS) บริษัทไม่ได้สั่งให้พวกเราถ่ายคลิปพวกนี้ แต่เป็นพวกเราเองที่อยากจะทำมันขึ้นมา และสนุกกับมัน”

สมาชิกทั้ง 7 คน ของบังทันโซนยอนดัน อยู่ด้วยกันมา 7 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเด็กฝึก และบุคลิกภาพที่เปิดเผยตรงไปตรงมาของพวกเขา(ที่เผยแพร่ผ่าน SNS – T/N)ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ทั่วโลกแบบเรียลไทม์ ทักษะ push and pull* ของบังทันนั้นโดดเด่นเลยทีเดียว สำหรับแฟน ๆ แล้วพวกเขาทั้งเป็นคนดังและเป็นเหมือนเพื่อน ในเวลาเดียวกัน Rap Monster บอกกับเราว่า “บังทันเป็นวงที่ได้ประโยชน์(ในการสร้างฐานแฟนคลับ – T/N)จากสื่อ(SNS – T/N)มากที่สุด ในตอนที่พวกเราออกอากาศสดผ่าน V App แฟนของพวกเราที่อยู่ในบราซิลก็สามารถดูพวกเราผ่านวิดิโอแบบ High Quality แบบเรียลไทม์ได้ ผมคิดว่านี่เป็นหนทางที่ทำให้เราสามารถโปรโมททั่วโลกพร้อมกันได้ ไม่ต้องจำกัดเฉพาะในเกาหลีเท่านั้น” นอกจากนี้หนุ่ม ๆ ยังเลือกที่จะสร้างฐานแฟนคลับด้วยการสื่อสารกับแฟน ๆ ทั่วโลกผ่าน SNS ทำให้พวกเขาก้าวไปได้ไกลกว่ารุ่นพี่ในแวดวงที่เพียงแค่ปล่อยเพลงผ่านยูทิวบ์เท่านั้น

บังทันโซนยอนดันไม่ได้โด่งดังทันทีตั้งแต่เดบิวท์ ที่ผ่านมามีคนมากมายที่บอกว่าชื่อวง “บังทันโซนยอนดัน” นั้นฟังดูช่างเด็กน้อยเหลือเกิน อีกทั้งหนุ่ม ๆ เองรู้สึกอยู่เสมอว่าพวกเขาไม่ใช่วงที่มาจากบริษัทใหญ่ ๆ

“ก่อนที่พวกเราจะเดบิวท์ ผม, Suga, Jungkook และ J Hope ได้ไปคอนเสิร์ตของรุ่นพี่ที่จัดที่ Gymnastics Arena ในระหว่างทางที่กลับบ้านนั้นพวกเราคุยกันและบอกว่า “นี่ถ้าได้จัดคอนเสิร์ตในสถานที่ที่ใหญ่ขนาดนี้ ชีวิตนี้ก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว” แต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาพวกเราได้จัดคอนเสิร์ตที่อารีน่าแล้วครับ สิ่งที่เราคิดฝันไว้ตอนนั้นกลายมาเป็นความจริงแล้วครับ” RM บอกกับเรา

ในช่วงที่พวกเขาเดบิวท์ใหม่ ๆ นั้น มีเพียง Suga, RM, และ J Hope เท่านั้นที่มีส่วนร่วมในการทำเพลงในอัลบั้ม แต่สำหรับอัลบั้มล่าสุดสมาชิกทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำเพลงสำหรับอัลบั้มนี้ด้วย “เป็นแรงบันดาลใจให้กันและกัน” วลีนี้ไม่ได้ถูกพูดให้ดูดีเพียงเท่านั้น Jungkook น้องเล็กของวงบอกว่า “ผมเริ่มเรียนรู้การทำดนตรีก็เพราะเห็นพวกพี่ๆทำดนตรีกัน” ส่วน Jimin ก็บอกว่า “พวกพี่ ๆ ทำให้รู้ว่าการทำดนตรีนั้นเป็นเรื่องที่สนุก”

บังทันแบ่งการนำเสนอบทเพลงของพวกเขาเป็นซีรีย์ ก่อนหน้านี้พวกเขาได้ปล่อยผลงานในซีรีย์ “School Triology” และ “Youth Triology” พวกเขาได้เลือกนำเสนอเรื่องราวของคนหนุ่มสาวเป็นหลัก ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามของความเยาว์วัย แต่พวกเขาในเพลงของพวกเขายังพูดถึงเรื่องราวอย่าง “ความรุนแรงในโรงเรียน” “ค่านิยมการสอบเข้ามหาวิทยาลัย” และ “Spine breaker”** Suga บอกกับเราว่า “พวกเราพยายามที่จะพูดถึงประเด็นที่เป็นประเด็นเชื่อมโยงระหว่างเราและคนในรุ่นราวคราวเดียวกันกับพวกเรา ทั้งความเจ็บปวด และความรู้สึกไม่มั่นคงของวัยรุ่น พวกเราบันทึกเรื่องราวเหล่านั้นเอาไว้”

เรื่องราวที่จริงใจในบทเพลงของพวกเขายังประสบความสำเร็จในประเทศอื่นนอกจากเกาหลีอีกด้วย ในคอลัมน์ของ Billboard ได้วิเคราะห์ถึงความลับของความสำเร็จของบังทันไว้ว่า “บังทันสามารถผสมผสานระหว่างความเป็นศิลปินของสมาชิกแต่ละคน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ฟังในสหรัฐต้องการ รวมกับระบบแบบเคป๊อปที่ให้ความสำคัญกับความเป็นวง นอกจากนี้บังทันยังมีการตลาดที่ดีเยี่ยมที่ไม่ทำให้แฟนต่างชาติรู้สึกแปลแยกอีกด้วย”

หลังผลงานในซี่รียส์ “School” และ “Youth” ในอัลบั้มล่าสุดบังทันได้พูดถึงเรื่องราวของสิ่งยั่วยุและความขัดแย้งที่วัยรุ่นต้องเผชิญ “Blood Sweat & Tears” เพลงไตเติ้ลในอัลบั้มล่าสุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิยายเรื่อง “Demian” ของ Hermann Hesse นักเขียนชาวเยอรมัน มิวสิควิดิโอของเพลงนี้มียอดผู้ชมถึง 40 ล้านครั้ง ภายในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์ เมื่อถามไปว่าแล้วตอนนี้เรื่องไหนที่เป็นสิ่งยั่วยุ/ปัญหาใหญ่ที่สุดที่บังทันเผชิญในชีวิตที่มีตารางงานยุ่งเหยิงขนาดนี้? ทั้ง 7 หนุ่มตอบออกมาตามประสาเด็กหนุ่มว่า “พวกเราตัดสินใจยากระหว่างจะนอนต่อ หรือจะลุกไปทำอย่างอื่นดี? หรือแทนที่จะนอน 5 ชั่วโมง เราควรนอนแค่ 4 ชั่วโมง แล้วเอาเวลาไปทำความสะอาดห้องดีมั้ย? อ่า ตอนนี้ต้องลดน้ำหนักด้วย นี่ก็เป็นเรื่องที่หนักใจอยู่เหมือนกันครับ”

————————————————
* push and pull เป็นชื่อกลยุทธ์ทางการตลาด อ่านเพิ่มได้ที่ https://sites.google.com/site/onlinelearningseries/hnwy-thi-4-kar-sng-serim/krabwnkartidtxsuxsar
**Spine Breaker แปลเป็นไทยจะหมายความว่าพวกทำนาบนหลังคน ในที่นี้หมายถึงเพลง Spine Breaker จากอัลบั้ม Skool Luv Affair อีพีอัลบั้มที่ 3 ของ BTS ที่เนื้อเพลงพูดถึงเด็กนักเรียนที่มีพฤติกรรมแบบ spine breaker บังคับให้พ่อแม่ซื้อเสื้อผ้าหรือของดี ๆ ราคาแพงให้ เพียงเพื่อนำไปใช้โอ้อวดกับเพื่อนที่โรงเรียน https://www.youtube.com/watch?v=3dLn2mEpnNw

[แปลบทความ] “ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของชีวิต” ที่มาถึงของบังทันโซนยอนดัน

“ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของชีวิต” ที่มาถึงของบังทันโซนยอนดัน
2016-11-07
By ชองจูวอน, อีอึนจอง
Yonhap News
แปล/เรียบเรียง @mhonism
ที่มา: http://english.yonhapnews.co.kr/kwave/2016/11/07/3001000000AEN20161107006300315.html

บังทันโซนยอนดัน วงบอยแบนด์จากค่ายเล็ก ๆ ที่ประสบความสำเร็จในระดับที่วงจากค่ายใหญ่ก็อยากจะไปให้ถึง

จากวงดนตรีที่เดบิวท์ในปี 2013 ด้วยฉายา “วงที่มีชื่อประหลาด” มาวันนี้บังทันคือทูตเคป๊อปที่น่าภาคภูมิใจในแวดวงดนตรีระดับโลก “WINGS” อัลบั้มเต็มที่ 2 ของบังทันเข้าสู่ชาร์ต Billboard 200 ด้วยอันดับที่ 26 แต่ความสำเร็จนี้เป็นเพียง 1 ในตัวชี้วัดการยอมรับระดับโลกที่พวกเขาได้รับเท่านั้น

สมาชิกทั้ง 7 ของบังทัน – Jin, Suga, J-Hope, Jimin, V, Jungkook และ Rap Monster – บอกกับผู้สื่อข่าวของ Yonhap ว่าพวกเขารู้สึกแปลกใจกับความสำเร็จที่ได้รับนี้

“เพลงของพวกเรามีเนื้อหาถึง ‘ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของชีวิต’ แล้วนี่มันเหมือนเราตื่นขึ้นมาแล้วพบกับช่วงเวลา(ที่สวยงาม)นั้นเลย” RM กล่าวกับ Yonhap ในระหว่างการสัมภาษณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “2 อัลบั้มก่อนหน้านี้ของพวกเราได้อันดับที่ 171 และ 107 บนบิลบอร์ด พวกเราเก็งกันไว้ว่าอัลบั้ม Wings นี้ถ้าขึ้นไปถึงที่ 7 – 80 ก็น่าจะดีแล้ว แต่พอออกมาว่าขึ้นไปได้ถึงอันดับที่ 26 พวกเราก็รู้สึกตื่นเต้นแปลกใจกันมาก อย่างกับพวกเรามีปีกงอกออกมาแบบชื่ออัลบั้มเลยล่ะครับ”

ความนิยมในระดับสากลของบังทันนั้นพิสูจน์ด้วยการที่เพลงของพวกเขาสามารถเจาะเข้าชาร์ตเพลงหลักของสหราชอาณาจักรได้เป็นที่สำเร็จ ทั้งที่ที่ผ่านมาบังทันยังไม่เคยเป็นการแสดงในสหราชอาณาจักรเลยแม้แต่ครั้งเดียว

RM กล่าวถึงกรณีนี้ว่า “พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติและรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมากเมื่อเห็นว่าเพลงของพวกเราสามารถติดอันดับในชาติเพลงอังกฤษได้ เพราะเท่าที่รู้มา ชาร์ตของอังกฤษนั้นจะมีลักษณะอนุรักษ์นิยมอยู่มาก และคนอังกฤษมักจะนิยมเพลงที่เป็นของศิลปินอังกฤษมากกว่า(ศิลปินจากต่างประเทศ – T/N)

ในระหว่างงานพบปะแฟนเพลง มีแฟนเพลงของบังทันที่เดินทางมาจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ บอกกับหนุ่ม ๆ ว่าเธออยากเห็นพวกเขาไปจัดการแสดงในอังกฤษสักครั้งหนึ่ง ซึ่ง RM ก็บอกว่าเพียงแค่คิดว่าเราจะไปเล่นคอนเสิร์ตที่อังกฤษ ก็ทำให้สมาชิกในวงรู้สึกตื่นเต้นกันแล้ว

คำถามหนึ่งที่ยังคงถูกถามซ้ำ ๆ คือ บังทันสามารถสร้างฐานแฟนคลับขนาดใหญ่ในระดับนานาชาติแบบนี้ได้ยังไง? โดยเฉพาะกับความจริงที่ว่าพวกเขาไม่ได้มาจากบริษัท Big3 ของเกาหลี

RM บอกว่า Youtube และโซเชี่ยลมีเดียต่าง ๆ รวมถึง Twitter คือตัวช่วยสำคัญที่ทำให้บังทันประสบความสำเร็จในการสร้างความนิยม

ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บังทันขึ้นอันดับ 1 ของศิลปินที่ถูก ‘retweet’ มากที่สุดภายในเวลา 1 เดือน จากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes โดยบังทันถูกรีทวีตไปทั้งหมด 5,393,500 ครั้ง ทิ้งห่างที่ 2 อย่าง Kanye West ที่ถูกรีทวีตไป 3,750,000 ครั้ง ส่วนศิลปินฝั่งตะวันตกคนอื่นที่ติด 10 อันดับแรก ก็รวมถึง Justin Bieber, Zayn, Ashton Irwin(5 Seconds of Summer) และ Ariana Grande ได้รับการรีทวีตคั้งแต่ 2,095,000 ถึง 3,589,100 ครั้ง นอกจากนี้บังทันยังได้อันดับที่ 4 บน YouTube Music Global Top 100 ด้วยยอดผู้กดติดตาม 2.2 ล้านบัญชี

ความอดทน(และความสม่ำเสมอ – T/N) ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญสำหรับความสำเร็จของพวกเขา สมาชิกของบังทันจะคอยอัพเดทข่าวสารของพวกเขาผ่านทางโซเชี่ยลมีเดียเสมอ ๆ RM บอกว่า “ตั้งแต่ก่อนที่จะเดบิวท์ พวกเราก็อัพโหลดหลาย ๆ อย่าง ทั้งเพลงที่ยังไม่ถูกปล่อย, ภาพเซลฟี่ และเรื่องราวอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน อยู่เสมอ ๆ ข้อมูลเหล่านี้นอกจากจะถูกสะสมให้ผู้ชมได้เข้ามาดูอย่างอิสระทั้งบนทวิตเตอร์และยูทิวบ์แล้ว ยังเป็นช่องทางที่ให้พวกเราได้ติดต่อกับแฟน ๆ ทั่วโลก”

และเนื้อเพลงที่เข้าถึงคนทั่วไปไม่ว่าจะในเกาหลีหรือประเทศไหนบนโลกก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ช่วยให้บังทันได้รับความนิยมจากแฟนนานาชาติ RM บอกว่าความหมายของเพลงที่บังทันต้องการจะสื่อนั้นสามารถสร้างผลตอบรับที่ดีในหมู่แฟนเพลงที่มีอายุพอ ๆ กับพวกเขา ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่สุดเพลงหนึ่งคือ Am I Wrong? เพลงที่พูดถึงความรู้สึกขบถของคนหนุ่มสาว

RM เล่าถึงเพลงนี้ว่า “ความหมายของเพลงนี้มันประมาณว่า ‘ผมอาศัยในโลกที่มันกำลังวิปริต, แล้วคุณล่ะ?’ มันคลิกกับแฟน ๆ จากทั่วโลก พวกเขาบอกว่าตัวเองก็รู้สึกในแบบเดียวกันกับที่เพลงนี้สื่อออกมาเหมือนกัน” RM บอกว่าด้วยเนื้อหาเพลงที่เป็นสากล ประกอบกับดนตรีที่ทันสมัย, การแสดงที่แข็งแรง และมิวสิควิดิโอที่พิถีพิถัน ก่อให้เกิดเอกลักษณ์ที่โดดเด่นสำหรับบังทันโซนยอนดัน

ถึงแม้ที่ผ่านมา หนุ่ม ๆ บังทันจะพยายามอย่างหนัก แต่สาธารณะก็รู้สึกว่าพวกเขานั้นโด่งดังขึ้นมาในชั่วข้ามคืน(ไม่มั่นใจท่อนนี้มากค่ะ เทียบของอังกฤษ Since BTS’ online efforts had gone unrecognized by many, the band still has an image of an “upstart,” he said. กับเกาหลี 그럼에도 대중은 여전히 방탄소년단이 갑작스레 ‘빵’ 떴다고 느낀다. แล้วก็ยัง งงๆ ค่ะ – T/N)

“เมื่อ 2 ปีก่อนตอนที่พวกเราปล่อยอัลบั้มเป็นอัลบั้มแรก เพลงไตเติ้ลของเราติดอันดับ 54 บนชาร์ต แต่ก็หลุดชาร์ตไปอย่างรวดเร็วในวันรุ่งขึ้น อันดับที่ร่วงลงอย่างรวดเร็วนั้นแสดงให้เห็น the daunting divide ระหว่างเราและผู้ฟัง บางคนถึงกับล้อชื่อวงของพวกเราว่าอย่างกับหลุดออกมาจากยุค 80” RM บอกกับผู้สื่อข่าว

กับความสำเร็จในตอนนี้ บังทันยังคงพยายามเพื่อให้ได้รับการยอมรับบนเวทีโลกที่มากขึ้น “ไม่ว่าจะด้วยเพลง หรือมิวสิควิดิโอของพวกเรา พวกเราอยากจะกลายเป็นวงที่ ‘ต้องดู’ สำหรับคนทั่วไป” RM เล่าถึงความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะสร้าง band loyalty จากผู้ฟังทั่วโลก

world tour เป็นอีกหนึ่งทางที่จะทำให้ความฝันของพวกเขาเป็นจริงขึ้นมาได้ RM บออกว่าสำหรับเขาแล้ว การจัด world tour ก็เป็นเหมือนเครื่องหมายแสดงความยอดเยี่ยมของเพลงแลการแสดงของวงนั้น ๆ “ในอนาคต, ผมอยากเดินทางไปทั่วโลกและจัดคอนเสิร์ตตามสเตเดี่ยมต่าง ๆ เหมือนอย่างศิลปินระดับโลกแบบ Coldplay} Ariana Grande หรือ Justin Bieber”

————————————————
เผื่อใครอยากอ่านเวอร์ชั่นเกาหลีค่ะ http://www.yonhapnews.co.kr/entertainment/2016/11/06/1101000000AKR20161106062600005.HTML

[แปล][INTERVIEW] Jeff Benjamin Talks BTS, K-Pop And More by

(ที่มา – https://macgmagazine.com/2016/10/18/interview-jeff-benjamin-talks-bts-k-pop-and-more/)

Ashley Griffin จาก MACG ดิจิตอลแมกกาซีน จับเข่าคุยกับ Jeff Benjamin บรรณาธิการบทความแห่ง Fuse TV และคอลัมน์นิสท์ที่มีบทความตีพิมพ์ใน Billboard, Rolling Stone, Nylon, BuzzFeed และอีกหลายแห่งในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวงการเพลงเกาหลี ถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของบังทันโซนยอนดัน การเติบโตของวงการเคป๊อป และความคาดหมายของเขาถึงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

btswings

MACG Magazine – เมื่อไม่นานนี้คุณระบุในบทความทาง Fuse.tv ว่าใน ‘Blood, Sweat & Tears’ นั้นมีการใช้องค์ประกอบที่ซับซ้อนและหม่นหมองเข้ามาเป็นส่วนประกอบ(“embracing the more complex and darker elements of the world.”) คุณคิดว่านี่เป็นเพราะมันเป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องมาจาก HYYH หรือเป็นความต้องการของวงที่จะทำเพลงที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น?
Jeff Benjamin – ผมมองว่านี่เป็นอีกก้าวของพัฒนาการทางด้านศิลปะ(artistic progression)ของบังทัน ในผลงานก่อนหน้านี้ของบังทันจะพูดถึงเรื่องที่วัยรุ่นต้องเผชิญและต่อสู้เพื่อที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และใน Wings บังทันก็อธิบายขยายความเพิ่มเติม(เกี่ยวกับประเด็นที่ถูกพูดถึงไปก่อนหน้าแล้ว – T/N) หลายเพลงในอัลบั้มนี้พูดถึงประเด็นที่มีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างเรื่องสุขภาพจิต นอกจากนี้บังทันยังได้วิพากษ์วิจารณ์ K-POP “idol” Scene ในเพลงของพวกเขาด้วย ผมคิดว่านี่เป็น The next, natural step(ตรงนี้ไม่แน่ใจว่าควรแปลว่ายังไงค่ะ – T/N)ในการเรียนรู้ ซึ่งรวมไปถึงการทำความเข้าใจสิ่งที่เป็นด้านมืดของโลกด้วย บังทันได้ค้นพบหนทางที่จะพูดถึงประเด็นต่าง ๆ เหล่านั้นได้อย่างจริงใจ น่าสนใจ และเข้าถึงได้ ผมมองว่านั่นทำให้เพลงของพวกเขาเข้าถึงคนฟังได้

MM – ด้วยการสนับสนุนจากแฟนๆ และความสนใจจากวงการเพลง ที่เพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด หลายคนเริ่มพูดกันว่าบังทันน่าจะได้รับความนิยมมากกว่าศิลปินเกาหลีคนอื่น ๆ ในอเมริกา สำหรับคุณแล้วคิดว่าบังทันจะกลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ของการประสบความสำเร็จข้ามชาติ(successful crossover)ของศิลปินเกาหลีรึเปล่า
JB – เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะจากสื่อต่าง ๆ ที่พูดถึงข่าวเคป๊อป ผมรู้สึกว่าบังทันถูกประเมินความสำเร็จในระดับนานาชาติต่ำเกินไป ทั้งที่พวกเขาสามารถขายบัตร U.S. tours ทั้ง 2 รอบหมดเกลี้ยง เข้าร่วม KCON 2016 ในฐานะศิลปินตัวหลัก 2 ครั้ง และได้ลำดับที่ดีขึ้นในชาร์ตเพลงอเมริกันในทุกอัลบั้มที่ปล่อยออกมา ถึงแม้ว่าวงจะไม่ได้มีการโปรโมทอย่างเป็นทางการในสหรัฐ หรือไม่ได้มีไวรัลวิดิโอที่โด่งดัง แต่พวกเขาก็เข้าถึงแฟน ๆ ได้ ต้องขอบคุณเพลงของพวกเขาที่พูดถึงประเด็นที่จับต้องได้(thanks to talking about real topics) นอกจากนี้ผมว่าการใช้โซเชี่ยลมีเดียของวงก็เป็นตัวช่วยสำคัญ(ให้แฟน ๆ รู้สึกเข้าถึงพวกเขา – T/N)อีกทางหนึ่ง ผมหวังว่าผลจากการโปรโมทอัลบั้ม Wings จะสามารถสร้างบรรทัดฐานใหม่สำหรับศิลปินเกาหลีว่ามันไม่ต้องอาศัยการโปรโมทที่ใหญ่หรือน่าตื่นเต้นเกินจริง พวกเขาก็สามารถสร้างฐานแฟนคลับ/แฟนเพลงอย่างยั่งยืน และมันจะพาให้ตัวศิลปินประสบความสำเร็จมากยิ่งกว่าความสำเร็จที่มาจากการโปรโมทของสื่อ

MM – ก่อนหน้านี้ก็เคยมีวงเกาหลีติดอันดับบนบิลบอร์ดชาร์ตมาแล้ว แต่ปี 2016 เหมือนว่าจะเป็นจุดเปลี่ยน(2016 seems to be a dynamic year) ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้น
JB – ผมว่าคุณพูดถูกนะ ปีนี้เป็นปีที่สำคัญ ผมสนุกกับการจับตามองและรายงานพัฒนาการของเคป๊อปบนชาร์ตเพลง – หวังว่าคนอ่านก็รู้สึกเหมือนผมนะ ผมคิดว่านี่เป็นผลมาจากการขยายตัวของแฟนด้อมเกาหลีอย่างมีนัยยะสำคัญ ก่อนหน้านี้มีการพูดถึงการเทคโอเวอร์ของกระแส Korean wave ในปี 2011 – 2012 ในช่วงก่อนและระหว่างยุค Gangnam Style แต่กระแสตอนนั้นก็ไม่ได้เป็นแบบตอนนี้ ทุกวันนี้คุณจะเห็นว่ามีศิลปินเกาหลีมาจัดทัวร์ที่อเมริกามากขึ้น KCONก็จัดใหญ่ขึ้นทุกปี และศิลปินหลายกลุ่มก็ทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในชาร์ตเพลง ซึ่งนี่เป็นเครื่องมือวัดว่าคนฟังยอมจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนเพลงที่พวกเขาชอบ คุณไม่มีทางเห็นกระแสแบบนี้ในช่วง 5 ปีก่อนหน้านี้แน่นอน และนี่มันทำให้ผมตื่นเต้นมากกว่าการมีไวรัลวิดิโอดัง ๆ ไม่กี่อันอีก ที่สำคัญคือถ้าคุณดูพัฒนาการของเพลงเคป๊อปบนชาร์ต World Digital Song คุณจะเห็นว่าทั้ง BTS, EXO และ Blackpink ต่างก็เคยขึ้นอันดับ 1 ในปีนี้กันมาแล้ว ขณะที่ก่อนหน้านี้มีพียง PSY เท่านั้นที่ไปถึงจุดนั้น มันเป็นเรื่องสนุกที่ได้เห็นเคป๊อปเติบโตและมีพัฒนาการผ่านชาร์ตเพลงต่าง ๆ ซึ่งมันสะท้อนความนิยมของเพลงเคป๊อปในหมู่ผู้ฟังชาวสหรัฐ

MM – ในฐานะนักเขียนอเมริกันที่เชี่ยวชาญเรื่องวงการเพลงเกาหลี และเห็นความเปลี่ยนแปลงของวงการมามาก มีเรื่องไหนมั้ยที่คุณรู้สึกภูมิใจในความสำเร็จของบังทัน หรือของวงการเคป๊อป
JB – อย่างนึงที่ผมชอบเกี่ยวบังทัน คือพวกเขาไม่ได้เล่นตามกรอบปกติของสังคมเกาหลี – ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้คำที่ดีกว่านี้ว่ายังไง – Rap Monster เคยทวีตเกี่ยวกับเพลง “Same Love” ของ Macklemore & Ryan Lewis แล้วบอกว่าเขายิ่งชอบเพลงนี้มากขึ้นเมื่อรู้ว่าเนื้อเพลงนั้นเกี่ยวกับอะไร เหลือเชื่อเลยใช่มั้ยล่ะ! ผมภูมิใจมากที่พวกเขายังคงทำได้ดีในระดับโลกในปี 2016 ไม่เพียงแค่นั้นนะ พวกเขายังเป็นวงที่มีความสำคัญในโลกของเคป๊อปด้วย ผมหวังว่าศิลปินเกาหลีคนอื่น ๆ จะเปิดใจให้กว้าง และเห็นว่าการออกมาสนับสนุนเพลงอย่าง Same Lov ไม่ได้ทำลายอาชีพของพวกเขา ในทางกลับกันมันช่วยเรื่องความนิยมของคุณต่างหาก ผมอยากเห็นศิลปินออกมาพูดถึงดนตรี ศิลปะ ประเด็นทางสังคม หรืออะไรก็ตามที่มันสำคัญกับพวกเขา ตอนนี้เคป๊อปไม่ได้จำกัดวงแค่เฉพาะตลาดในประเทศเท่านั้น ผมว่าบังทันเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการคิดถึงอินเตอร์แฟนในระดับเดียวกับแฟนคลับชาวเกาหลี
(ขยายความเรื่องเพลง Same Love นะคะ เพลงนี้มีเนื้อหาสนับสนุนเรื่องความหลากหลายทางเพศ แมสเสจหลักของเพลงคือจะความรักระหว่างเพศเดียวกันหรือต่างเพศกัน ต่างก็เป็นความรักเหมือนกันนั่นแหละ ในขณะที่สังคมเกาหลีเป็นสังคมที่ขึ้นชื่อเรื่องความอนุรักษ์นิยม การออกมาทวีตเรื่องนี้ เปิดเผยตัวว่าเป็น gay-friendly ของนัมจุนเป็นเรื่องที่เสี่ยงกับการถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าตอนนั้นบังทันก็เพิ่งเริ่มเส้นทางการเป็นไอดอล – ถ้าจำไม่ผิดนัมจุนทวีตไว้ปลายปี 2013 – T/N)

MM – เหล่าอาร์มี่พูดถึงคอนเซปท์ที่ยูนีคอย่าง “Demian” ในช่วงการปล่อยทีเซอร์อัลบั้ม Wings แต่คอนเซปท์นั้นถูกซ่อนมาตั้งแต่ช่วง HYYH แล้ว ตัวคุณเองเคยลองถอดรหัสสัญญะต่าง ๆ ในเทรลเลอร์หรือ MV ของบังทันบ้างมั้ย? ได้สังเกตมาบ้างรึเปล่าว่าบังทันมีการวางแผนธีมโปรโมทระยะยาวแบบนี้
JB – (หัวเราะ)มันมีทฤษฎีออกมาวิเคราะห์สิ่งที่อยู่เบื้องหลังงานแต่ละชิ้นของบังทัน ผมก็ตามอ่านทฤษฎีกับข้อถกเถียงที่บรรดาแฟนคลับคุยกันนะ แต่ก็พยายามไม่เอนเอียงไปกับทฤษฎีไหน ผมพยายามหาความหมายของมันตามความรู้สึกส่วนตัวผ่านบทเพลงมากกว่า แน่นอนว่างานของบังทันนั้นดูมีพัฒนาการมากขึ้นทั้งตามอายุวงและจากนำแนวคิดที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นมาใช้ในการทำเพลง ผมชื่นชมการวางแผนทางดนตรีระยะยาวของบริษัทหรือตัวศิลปินนะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความพยายามมันจะไม่สำเร็จผลหากคุณไม่ได้รับการตอบรับที่ดีพอ(คือไม่สามารถโปรโมทตามแผนที่วางไว้ได้ ต้องปรับแผนโปรโมทใหม่ – T/N) แต่โชคดีที่บังทันทำได้

MM – จะลองคาดคะเนถึงวงการเคป๊อปในช่วงไตรมาสสุดของปี 2016 ดูหน่อยมั้ย
JB – ผมยังอยากเห็นอยู่นะว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้า BIGBANG ปล่อยอัลบั้ม MADE ที่แฟน ๆ ตั้งตารอกันมานานออกมา จากข่าวล่าสุดเห็นว่าอัลบั้มนี้จะปล่อยออกมาช่วงปลายปีใช่มั้ยครับ จากความสำเร็จของบังทัน(บนชาร์ตเพลงในสหรัฐ – T/N) ผมอยากรู้ว่า BIGBANG และแฟนๆ จะใช้จังหวะนี้เพื่อให้ประสบความสำเร็จแบบเดียวกันได้มั้ย? นี่น่าจะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอีกช่วงหนึ่งของปีนี้เลยทีเดียว นอกจากนี้ผมก็ยังรอดูอยู่ว่าช่วงปลายปีจะมีศิลปินกลุ่มไหนปล่อยเพลงที่จะมาคว้าตำแห่ง Best Song หรือ Best Album แห่งปีไปแบบในนาทีสุดท้ายรึเปล่า? เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่แต่ละวงปล่อยแต่เพลงปัง ๆ ออกมาตลอดทั้งปี มาปีนี้เหมือนว่าแต่ละคนยังรอดูเชิงกันอยู่(has been more of a slow-burner type) เหมือนกำลังทดลองตลาดใหม่ ๆ อยู่ ผมยังรอดูอยู่ว่าจะมีเพลงไหนที่โผล่มาเซอร์ไพรส์ในช่วงปลายปีนี้รึเปล่า

————————————–

T/N ไม่ยาว แต่แปลเหนื่อยมาก ไม่ถนัดแปลบทสัมภาษณ์จริง ๆ นะเนี่ย

Stranger in a lonesome night

#StrangerInLonesomeCity

Stranger in a lonesome night.

.

.

“มึง ไปแดกเหล้ากันมั้ย มีร้านเปิดใหม่เค้าว่าเพลงเพราะ ช่วงนี้มีโปรด้วยนะมึง”
แทฮยองรัวคำพูดใส่สายโทรศัพท์ทันทีที่ผมกดรับสาย “น๊า มึงน๊า ไปกันนะ มึงจะนอนเหงานอนอืดแค่เพราะโดนเมียทิ้งไม่ได้นะเว่ย ไปหาไปเจอคนใหม่บ้างดิ น๊า”
“เออๆ” ผมตอบรับตัดรำคาญไป ถึงเพื่อนตัวแสบจะให้เหตุผลว่าอยากให้ผมออกไปเจอผู้คนบ้าง แต่ผมว่ามันนั่นแหละที่อยากออกไปหม้อสาวๆซะมากกว่า “ร้านไหนล่ะมึง”

แทฮยองบอกพิกัดของร้านเหล้าใกล้กับริมแม่น้ำฮันออกมา พร้อมนัดเวลากันที่ 2 ทุ่ม ไปถึงร้านเร็วหน่อยเผื่อว่าคนจะเยอะ แต่ผมว่าไม่น่าเยอะหรอก นี่มันวันพุธกลางสัปดาห์ แถมร้านนั้นยังอยู่นอกโซนสถานที่เที่ยวกลางคืนอีก

ผมยกนาฬิกาข้อมือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงขึ้นมาดู เพิ่งจะห้าโมงครึ่ง ผมยังมีเวลาอีกนานกว่าที่จะถึงเวลานัด ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวแล้วหาอะไรรองท้องก่อนดีกว่า

อ่อ ผมลืมแนะนำตัวไปสินะครับ ผม ‘คิมนัมจุน’ อายุ 22 นักศึกษาเอกมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัย N ยังไม่ได้เกณฑ์ทหาร และแบบที่คุณรู้จากปากเพื่อนตัวแสบของผมไปแล้ว ใช่ครับผมเพิ่งถูกแฟนสาวที่คบกันมาตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยบอกเลิกเมื่อช่วงก่อนปิดเทอมที่ผ่านมานี่เอง ด้วยเหตุผลที่ใครๆฟังก็พากันเบ้หน้าอย่างผมดีเกินไป ไม่เหมาะกับเธอ

เอาจริงๆผมไม่ได้เศร้าอะไรมากมายหรอกครับ มีความรู้สึกว่างๆโหวงๆในใจบ้าง แถมด้วยแอบงงๆด้วยซ้ำเมื่อหลังจากแฟนเก่าผมบอกเลิกผมแค่สองวัน ยัยนั่นก็ขึ้นสถานะว่ากำลังคบกับหนุ่มฮอตคณะบริหาร จะไม่งงได้ไงล่ะครับก็ก่อนนี้เธอตัวติดกับผมเป็นตังเม แล้วนี่ไปเอาเวลาที่ไหนไปคบกันล่ะนี่

ตามที่ผมเล่าไปนั่นแหละครับ ปิดเทอมนี้พอไม่มีแฟนผมก็เลยว่างๆ เติมเต็มชีวิตตัวเองด้วยการนอน กิน เล่นเกม แล้วก็ดื่มเบียร์ แล้วก็นอน เตรียมตัวเองให้พร้อมเผื่อเจอหน้าแฟนเก่าตอนเปิดเทอม นี่ผมไม่ได้เศร้าจริงๆนะคุณ

เข็มนาฬิกาบอกเวลาสองทุ่มห้านาที ผมยืนอยู่หน้าร้านที่แทฮยองนัดผมเอาไว้ ร้านนี้เป็นผับแจ๊สขนาดไม่ใหญ่มากนัก และตามที่ผมคิดไว้วันนี้คนไม่ได้เยอะขนาดนั้นถึงจะมีโปรโมชั่นเบียร์สด 1 แถม 1 ก็เถอะ ยืนรออยู่ไม่เกิน 10 นาที แทฮยองก็มาถึงร้านพอดี

พวกผมเข้าไปจับจองโต๊ะเล็กทางมุมขวาของร้านที่ดูเป็นส่วนตัวกว่าโซนอื่น แต่ก็ยังคงเห็นเวทีชัดเจนอยู่ พวกผมสั่งเบียร์ดำมา 2 เหยือก ไม่ใช่ว่าเป็นสายแข็งอะไรนะครับถึงได้สั่งมาทีละสองแบบนี้ แต่มันเป็นโปรโมชั่นน่ะ ไม่สั่งแบบนี้เดี๋ยวร้านเค้าน้อยใจแย่

ผมกับแทฮยองนั่งละเลียดเบียร์กันไปเรื่อยๆ วงดนตรีของที่นี่เล่นดีตามที่เค้าของแทฮยองว่ามาจริงๆ นานแล้วที่ผมไม่ได้มานั่งผับแจ๊สแบบนี้ ส่วนคนที่โฆษณาว่าเพลงที่นี่ดีอย่างนั้นอย่างนี้น่ะหรอ ผมไม่เห็นมันจะสนใจเวทีมากไปกว่าพี่สาวโต๊ะเยื้องกันที่กำลังส่ายสะโพกไปตามจังหวะเพลงนั่นเลย

“นี่มึงจะให้กูมาเจอผู้คน หรือมึงอยากเจอเองครับเพื่อน” ผมถามกระเซ้ามันไป

“กูเจอกับมึงเจอก็เหมือนกันนั่นแหละ มึงว่านูน่าเสื้อดำนั่นชอบกูป่าววะ เค้าหันมาสบตากูตลอดเลย” แทฮยองกระซิบตอบผม ทั้งที่สายตายังไม่ละมาจากนูน่าเสื้อดำที่ดูท่าจะเป็นสาวออฟฟิศเลย มันยกแก้วเบียร์ขึ้นมาส่งสัญญาณชนแก้วให้โต๊ะนั้นด้วย แถมสาวเจ้ายังเล่นด้วยกับมันอีกแน่ะ

“เฮ้ย แทแท!” ระหว่างที่ไอ้แทฮยองกำลังยักคิ้วหลิ่วตากับนูน่าโต๊ะข้างๆ ก็มีเสียงตะโกนขึ้นมาจากทางด้านหลังของผม พอหันไปก็เจอผู้หญิงคนนึงกำลังเดินมาทางโต๊ะของพวกผม “แทแทจริงๆด้วยอ่ะ ไม่ได้เจอตั้งนาน เป็นไงบ้าง” เดี๋ยวนะ แทแทนี่คือไอ้แทฮยองนี่หรอ
“อ๊ะ เยจีซอนเบ สวัสดีครับ” เพื่อนผมลุกขึ้นยืนทักทายสาวคนที่มาใหม่ ชัดเลย แทแทนี่ชื่อเล่นมันหรอเนี่ย ผมคบกับมันมาสองปีไม่เห็นมันเคยเล่าให้ฟังเลย

“เฮ้ย ไม่ต้องมากพิธีน่า ทำตัวตามสบายๆ” พี่ผู้หญิงที่ชื่อเยจีอะไรนั่นเอามือตบบ่าแทฮยองเบาๆ “แล้วนี่มากับเพื่อนหรอ” เธอหันมาเลิกคิ้วทำตาโตใส่ผมเบาๆ

“ครับพี่เยจี นี่นัมจุนเพื่อนที่มหาลัยผมครับ, นัมจุนนี่พี่เยจี รุ่นพี่ที่โรงเรียนของฉัน” โอ้โห ไอ้แทแทอยู่ต่อหน้ารุ่นพี่นี่เปลี่ยนสรรพนามฉับพลันเลยนะ

“แล้วนี่พี่เยจีมาคนเดียวหรอครับ” แทแทหันไปให้ความสนใจกับพี่เยจีของมันต่อหลังจากเห็นว่าผมกับรุ่นพี่สาวทักทายกันตามมารยาทเรียบร้อยแล้ว

“มากับยุนกิน่ะ จำยุนกิได้ใช่มั้ยแทแท นี่ยุนกิเอารถไปวนหาที่จอดอยู่” พี่เยจีพูดพลางชะเง้อชะแง้มองหาเพื่อนที่มาด้วยกัน “อ๊ะ นั่นไง! ยุนกิๆ ทางนี้!” พี่เยจียกมือขึ้นโบกให้ผู้ชายตัวเล็ก ที่ผิวขาวอย่างกับหลอดนีออนเดินได้

พอคนที่ชื่อยุนกิเดินเข้ามาถึงโต๊ะ เจ้าแทฮยองก็รีบโค้งทักทายอย่างสุภาพแบบที่ผมไม่เคยเห็นมันทำมาก่อนเลย “สวัสดีครับยุนกิซอนเบนิม!” แถมยังพูดทักทายเสียงดังจนสาวโต๊ะข้างๆหันมามองกันทั้งโต๊ะอีกต่างหาก

“นี่ยุนกิ จำแทแทได้มั้ยที่เคยอยู่ชมรมเราน่ะ” พี่เยจีถามเพื่อนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่

“จำได้ดิ ทำไมเราจะจำคนที่สมัครเข้าชมรมบาสเพราะแอบชอบแฟนเราไม่ได้ล่ะ” รุ่นพี่ตัวขาวนั่นพูดแซวเพื่อนผมที่ยังคงก้มหน้างุดๆ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเขินหรือมันกลัว

พอดีกับเป็นช่วงพักวงบนเวที ผมเลยได้คุยกับสองคนที่มาใหม่ สรุปแล้วทั้งคู่เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนมัธยมของแทฮยอง พี่สาวที่ชื่อเยจีเป็นผู้จัดการทีมบาสเก็ตบอลของโรงเรียน อายุมากกว่าพวกผมปีนึง ส่วนคนตัวขาวนั่นคือพี่ยุนกิ อายุมากกว่าพวกผม 2 ปี ถึงจะเห็นตัวเล็กแบบนี้ แต่สมัย ม.ปลายพี่เขาเป็นกัปตันทีมบาสของโรงเรียนเลยทีเดียว และแน่นอนว่าแฟนของพี่เขาในตอนนั้นที่เจ้าแทแทไปจีบนี่ก็คือพี่เยจีนั่นเอง

พี่เยจีเรียนปีสามคณะบริหาร ที่ม.S ส่วนพี่ยุนกิเป็นว่าที่นักกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเดียวกันกับพี่เยจี พี่เยจีเป็นคนคุยสนุก ไม่แปลกที่เจ้าแทฮยองเพื่อนผมมันหลงเสน่ห์พี่เขาเอามากๆ ส่วนยุนกิฮยองที่นั่งข้างผมนี่ดูนิ่งกว่า สายตาดูดุๆด้วย มิน่าเจ้าแทฮยองถึงไม่กล้าสบตาขนาดนั้น

ขณะที่ปล่อยให้เจ้าแทฮยองรำลึกความหลังกับพี่เยจีคนสวย ผมก็ได้คุยกับพี่ยุนกิหลายเรื่อง ทั้งดนตรี วรรณกรรม ภาพยนตร์ ยาวไปจนถึงเรื่องสังคมและการเมือง ผมพบว่าพี่ยุนกิที่ดูนิ่งๆดุๆนั้น เอาเข้าจริงเป็นคนคุยสนุกอยู่เหมือนกัน แถมรสนิยมหลายอย่างก็ตรงกับผมด้วย

พวกเราสั่งเบียร์มาเพิ่มอีกหลายเหยือก ถึงบทสนทนาที่มีระหว่างกันจะยืดยาวขนาดไหน แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา พวกเราถือจังหวะที่วงดนตรีวงที่สามของค่ำคืนอำลาเวทีไปเป็นเวลาแยกย้ายของพวกเรา ตอนนั้นเข็มนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนนิดๆ แทฮยองอาสาไปส่งพี่เยจีเพราะบ้านอยู่ทางเดียวกัน

“นัมจุน, บ้านอยู่แถวไหนน่ะ” พี่ชายตัวขาวถามผมขึ้นหลังจากแท็กซี่ที่แทฮยองกับพี่เยจีโดยสารเคลื่อนตัวออกไปแล้ว

“อ่า แถว…ครับ” ผมตอบกลับไป

“อ่อ” พี่ยุนกิเอนหลังไปพิงผนังตึกที่อยู่ด้านหลัง ก้มมองหน้าปัดนาฬิกาบนข้อมือ สลับกับเงยหน้ามองฟ้า แล้วถอนหายใจหนักๆออกมา “นายรีบกลับมั้ย?”

“ก็ไม่ครับพี่ ผมยังไงก็ได้”

“งั้น ไปต่อกันมั้ย?” พี่ยุนกิหันมาสบตารอคำตอบจากผม จู่ๆหัวใจผมก็เต้นแรงขึ้นมาซะอย่างนั้น และเป็นหัวใจผมอีกนั่นแหละที่สั่งให้ผมพยักหน้าตอบพี่เขาไป

พี่ยุนกิเดินนำผมลัดเลาะมาตามตรอกซอกซอย ก่อนจะมาโผล่ที่ถนนเลียบแม่น้ำฮัน ลมเย็นๆจากแม่น้ำพัดมาปะทะหน้าผมแผ่วเบา หน้าร้อนแบบนี้ ผมว่านั่งจิบเบียร์ริมน้ำก็ไม่แย่เท่าไหร่หรอกนะครับ

ผมกับพี่ยุนกิหาที่นั่งเหมาะๆได้แล้วก็เริ่มเปิดกระป๋องเบียร์ที่เราแวะซื้อจากร้านสะดวกซื้อระหว่างทาง พี่ยุนกิดึงบุหรี่ออกมาจากซองหน้าตาประหลาด แล้วคาบไว้ระหว่างริมฝีปากสีอ่อนนั่น แล้วยื่นซองบุหรี่มาทางผมพลางเลิกคิ้วถาม ทำนองว่าจะผมจะเอาด้วยมั้ย ผมยื่นมือออกไปรับบุหรี่ยี่ห้อไม่คุ้นตาไว้ตัวนึง ก่อนจะลองจุดสูบดู

เพียงแค่คำแรกของบุหรี่ประหลาดนั่นก็ทำให้ผมต้องสำลักควันออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เพราะรสชาติของบุหรี่ที่ไม่คุ้นเคย ทั้งหวานและหนัก แต่ก็หอมเป็นบ้าเลย

“นี่บุหรี่อะไรอ่ะพี่”

“เค้าเรียก kretek เป็นบุหรี่อินโดน่ะ เค้าผสมกานพลูลงไปกับใบยาสูบด้วย หนักหน่อยแต่พี่ว่าดูดแล้วจมูกโล่งดี”

ผมพยักหน้ารับก่อนจะอัดบุหรี่เป็นรอบที่สอง คราวนี้เพราะตั้งตัวได้แล้วผมเลยไม่สำลักควันหนักๆนั่นอีก และพบว่ามันจริงอย่างที่พี่ยุนกิว่าไว้ มันโล่งจมูกดีจริงๆ แถมรสชาติหวานๆที่ติดอยู่ที่ริมฝีปากมันก็เย้ายวนอย่างแปลกประหลาด

เสียงหัวเราะของพี่ยุนกิดังคลอไปกับเรื่องสัพเพเหระที่เราหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกัน ไม่รู้เพราะเขาเริ่มเมาหรือเพราะผมเริ่มมึนหัว แต่เราสองคนค่อยๆขยับตัวเขาชิดกันมากขึ้น บางครั้งพี่ยุนกิชะโงกตัวเข้ามาเล่าเรื่องตลกให้ผมฟัง จมูกผมได้กลิ่นหอมหวานแบบเดียวกับกลิ่นบุหรี่ที่พี่ยุนกิสูบจากผิวของเขา กลิ่นหอมหวานๆที่ผมไม่คุ้นเคย กลิ่นหอมที่ทำให้หัวใจของผมเต้นรัวแรง

ไม่ถึงสองชั่วโมงดีนัก เบียร์ที่พวกเราซื้อมาก็หมดไปอีก 6 กระป๋อง จู่ๆพี่ยุนกิที่นั่งเงยหน้ารับลมก็หันมาหาผม พร้อมพูดด้วยเสียงแหบๆจางๆ “นัมจุนอ่า เดินไปซื้อไอติมให้พี่หน่อยดิ พี่ว่าพี่เมาแล้วว่ะ”

“เมาแล้วกินหวานเดี๋ยวก็น็อคหรอกพี่” ผมท้วงออกไปเบาๆ

“พี่ติดแล้วอ่ะ เวลาเมาแล้วต้องกินไอติมล้างปาก นัมจุนอ่า ไปซื้อให้หน่อยน้า” คนตัวขาวหันมาอ้อนผมพร้อมแก้มแดงๆนั่น พลางล้วงมือจะหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาให้ผม

“ไม่เป็นไรพี่เดี๋ยวผมเลี้ยง ตอบแทนที่พี่เลี้ยงเบียร์ผมแล้วกัน” พี่ยุนกินิ่งคิดสักพักก่อนพยักหน้าตอบผม “พี่ชอบกินรสอะไรอ่ะ”

“เอาวนิลาอ่ะ แบบไหนก็ได้แต่ขอวนิลา”

ผมลุกขึ้นยืน สะบัดหัวไล่ความง่วงงุนก่อนจะเดินข้ามถนนไปร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้าม

ไม่ถึงสิบนาทีผมก็เดินกลับมาพร้อมไอศกรีมแบบแท่งรสวนิลาของพี่ยุนกิ และน้ำดื่มเย็นเจี๊ยบอีกหนึ่งขวด ผมยกน้ำขึ้นดื่มพลางมองพี่ยุนกิละเลียดไอศกรีมด้วยสีหน้ามีความสุข ครีมสีขาวละลายมาเกาะอยู่บนริมฝีปากที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อๆนั่น หัวใจผมกระตุกเต้นอีกแล้ว

“พี่นี่แปลกคนนะ ผมเห็นแต่คนกินหวานตอนเมาแล้วยิ่งเมาหนักไปอีก”

พี่ยุนกิไม่ตอบอะไรแค่หัวเราะเบาๆ ก่อนละเลียดไอศกรีมในมือต่อ หัวใจผมยังคงเต้นรัวแรงอยู่ในอก ผมจ้องใบหน้าขาวนั่นก่อนที่เส้นสติของผมจะขาดผึ่ง

“พี่ยุนกิ” ผมเรียกออกไปเบาๆ คนข้างตัวหันมาสบตาทั้งที่ริมฝีปากยังคงคาบไอศกรีมอยู่ “ผมชิมบ้างดิ” ไวเท่าความคิด ผมก้มหน้าลงไปงับเนื้อไอศกรีมฝั่งตรงข้ามกับพี่ยุนกิ มือผมเอื้อมขึ้นมากุมมือขาวๆนั่นไว้ไม่ให้เจ้าตัวดึงแท่งไอศกรีมหนี

ปลายจมูกของเราแทบจะชิดกัน ริมฝีปากก็ด้วย ตอนนี้ในหัวสมองผมขาวโพลน มีเพียงแววตาสีดำสนิทคู่นั้น กับกลิ่นใบยาสูบปะปนกับกลิ่นวนิลาอ่อนๆเท่านั้นที่ผมสัมผัสได้

พี่ยุนกิหลุบตาลงมองไอศกรีมที่ยังคงคาอยู่ที่ริมฝีปากของตัวเองกับของผม ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมาสบกับสายตาผมอีกครั้ง ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่า แต่เหมือนผมเห็นรอยยิ้มยั่วยวนในแววตาคู่นั้น

พี่ยุนกิยกมือข้างที่ว่างขึ้นมาลูบท้ายทอยผมเบาๆ พร้อมทั้งทิ้งมือข้างที่ถือไอศกรีมไว้ลงไปข้างตัว ผมรีบกำจัดที่ว่างระหว่างริมฝีปากของเราด้วยการกดจูบลงไป พี่ยุนกิเองก็รับเอาจูบของผมไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ผมสาบานกับพวกคุณเลยว่าที่ผ่านมาผมไม่เคยสนใจหรือมีประสบการณ์อย่างว่ากับผู้ชายด้วยกันเลย แต่ตอนนี้ ผม, คิมนัมจุน, กำลังเปลือยกายกอดกระหวัดอยู่กับร่างเปลือยของชายอีกคนบนเตียงนอนในโรงแรมเล็กๆริมฝั่งแม่น้ำฮัน

ผมจำไม่ค่อยได้แล้วว่าเราทั้งสองมาถึงที่นี่ได้อย่างไร รู้แต่ว่าเราทั้งคู่ไม่เคยปล่อยให้ริมฝีปากของเราต้องห่างกันเกินหนึ่งนาทีเลยนับตั้งแต่เดินเข้าห้องนี้มา อากาศร้อนรุ่มในหน้าร้อน ยังไม่เท่าอุณหภูมิของผิวที่เสียดสีกันไปมาของเราทั้งคู่ ถึงจะเปิดแอร์ไว้เย็นฉ่ำ แต่ทั้งผมและยุนกิก็ยังมีเม็ดเหงื่อผุดซึมขึ้นมาตามไรผมและกรอบหน้า

“นายไม่เคยทำกับผู้ชายใช่มั้ย” ยุนกิที่ตอนนี้นั่งคร่อมตัวผมไว้ก้มหน้าลงมากระซิบถามผมที่ข้างหู ผมพยักหน้าตอบไป เรียกรอยยิ้มจากคนข้างบน

ยุนกิไม่ได้ถามอะไรผมต่อ เขาโน้มตัวลงมาจูบผมอย่างเร่าร้อน ก่อนที่จะผละออกไปปล่อยให้ปลายลิ้นของผมไขว่คว้าหาลิ้นเล็กของเขาอย่างโหยหา คนตัวขาวไล่ริมฝีปากลงไปตามแนวร่างกายผม ทั้งซอกคอ หน้าอก แวะเล็มลิ้มกับยอดอกทั้งสองข้างของผม ก่อนจะลากลิ้นผ่านหน้าท้องของผมลงไป เพื่อที่จะไปหยอกล้อกับแก่นกายที่กำลังผงาดอยู่

ผมเคยมีประสบการณ์กับผู้หญิงมาบ้าง ถึงจะไม่มากนัก แต่บอกได้เลยว่ายุนกิเก่งกว่าบรรดาสาวๆที่ผมเคยผ่านมาทั้งหมด ในตอนที่ผมกำลังคิดว่าจะเสียทีให้กับริมฝีปากและเรียวลิ้นของยุนกินั้น คนตัวขาวก็ถอนริมฝีปากออกมา
ผมผงกหัวขึ้นมาจะประท้วง ร่างเล็กนั้นก็ยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะริมฝีปากตัวเอง พร้อมออกเสียงชู่ว์เบาๆ

“นัมจุนอ่า มีถุงยางมั้ย” ยุนกิถามขึ้น ผมเอี้ยวตัวลงไปคว้ากล่องสี่เหลี่ยมในกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่ถอดทิ้งไว้ข้างเตียง แล้วส่งให้ยุนกิ หลังจัดการเสร็จสิ้น ยุนกิก็ยกสะโพกขึ้นก่อนจะกดลงมาให้แก่นกายของผมผลุบหายเข้าไปในช่องทางคับแคบทางด้านหลัง

คนตัวขาวนั่งหลับตาอยู่สักพัก รอให้ร่างกายของเขาคุ้นชินกับร่างกายของผม ก่อนที่จะเริ่มขยับสะโพกช้าๆแต่หนักแน่น เรียกเสียงครางหวิวได้ทั้งจากผมและจากริมฝีปากคู่สวยนั้น

จังหวะรักระหว่างเราเริ่มรุนแรงและเร่งเร็วขึ้นก่อนที่ผมจะปลดปล่อยออกมาพร้อมกับยุนกิที่เป็นคนคอยควบคุมเกมรักครั้งนี้ ร่างเล็กทาบทับลงมานอนเหนื่อยหอบบนหน้าอกของผม ก่อนจะยันตัวขึ้นแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

คืนนั้นผมพบว่าคนที่ปกติดูนิ่งเงียบ แถมด้วยดุอย่างเสือตามคำที่พี่เยจีพูดแซวเพื่อนของตัวเองไว้ตอนเราดื่มด้วยกัน เมื่อมาอยู่บนเตียงแบบนี้กลับพลิกบทบาทเป็นคนที่เผ็ดร้อนยิ่งกว่าพริกทุกชนิดบนโลกรวมกันเสียอีก วันนั้นกว่าผมจะได้นอนอีกครั้งก็เกือบ 6 โมงครึ่ง

ผมลืมตาขึ้นมาอีกทีเวลาก็ผ่านไปจนเกือบเที่ยงแล้ว ที่นอนข้างกายผมเย็นชืด ถึงแม้ผมจะยังคงได้กลิ่มหอมหวานๆแบบเดียวกับกลิ่นผิวของเขาอยู่ แต่ยุนกิก็จากไปแล้วโดยปราศจากการร่ำลา 

ผมกลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติของตัวเองต่อไป แวะเวียนไปที่ผับแจ๊สโดดเดี่ยวริมแม่น้ำฮันบ้าง แต่ก็ไม่เคยเจอพี่เยจีหรือยุนกิอีกเลย ผมลองถามแทฮยองดูว่ามีเบอร์โทรศัพท์ของพี่เยจีหรือยุนกิบ้างมั้ย เจ้านั่นก็ปฏิเสธมาว่าตั้งแต่โทรศัพท์เจ้านั่นพังไปเมื่อปีก่อน เบอร์ของรุ่นพี่หรือเพื่อนเก่าๆก็หายไปหมด แถมวันนั้นก็เมาจนลืมขอเบอร์กันไว้

ผมกลับเข้าสู่ชีวิตประจำวันของผม ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ไปเรียน ไปเที่ยว ไปเหล่สาวกับเพื่อนๆ เว้นแต่อย่างเดียวที่เปลี่ยนไป ก็ยี่ห้อบุหรี่ ที่ผมหันมาสูบบุหรี่รสชาติแปลกที่ได้ลิ้มลองคืนนั้นนั่นแหละ ผมว่าผมติดกลิ่นมันเข้าให้แล้ว

—————————–

Note: Stranger in a lonesome night. เป็นหนึ่งในเรื่องสั้นจากธีม Stranger in a lonesome city เรื่องราวของคนแปลกหน้าที่ผ่านเข้ามาแล้วเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล

โรฮิงยา 2015 – ความเห็นจากผู้ไม่เชี่ยวชาญ แต่เคยทำงานเรื่องนี้มาบ้าง

จริง ๆ เขียนลงในโน้ตบน tablet แล้วแคปจอไปแชร์บนทวิตเตอร์  ผ่านไปหลายชั่วโมงเพิ่งรู้ว่ามาเปิดบนคอมแล้วมันอ่านยากมาเลย(ก็บน tablet เค้ามันอ่านได้ปกติน่ะ -*- ) เลยคัดมาลง blog เก็บไว้ด้วย

——————————————————————————

1.ปัญหาเรื่องโรฮิงยามันซับซ้อนกว่าที่คนไทยจำนวนมากเข้าใจ มันไม่ใช่แค่เรื่องข้ามแดนผิดกฎหมาย ไม่ใช่แค่เรื่องผู้อพยพ ไม่ใช่แค่เรื่องคนขี้เกียจไม่ทำควยไร ไม่ใช่แค่เรื่องคนเรื่องมาก ไม่ใช่แค่เรื่องมุสลิม ฯลฯ แต่มันเป็นปัญหาทางการเมืองภายใน และปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของพม่าเองด้วย

.
2.ถ้าไทยเรา(และประเทศอื่นในอาเซียน)ไม่อยากต้องเผชิญกับปัญหาทางด้านสังคมสงเคราะห์ ไม่อยากปวดหัวต้องมารับมือกับเรือผู้อพยพ เราต้องหาทางหยุดปัญหาภายในพม่า เราต้องกดดันและหาทางแก้ไขร่วมกัน เพื่อที่โรฮิงยาจะได้ไม่จำเป็นต้องมาหาตายเอาดาบหน้าแบบนี้อีก

.
3.อ้าว! เรื่องภายในพม่า ทำไมพม่าไม่จัดการเอง ทำไมไทย หรือ? ที่ให้พม่าจัดการเองไม่ได้ และประเทศอื่นต้องมีส่วนร่วม เพราะ
3.1พม่าเป็นคู่ขัดแย้งในปัญหา และเป็นคู่ขัดแย้งที่กุมอำนาจรัฐ
3.2คำว่า globalisation ไม่ได้ใช้เฉพาะกับบริบททางเศรษฐศาสตร์เท่านั้น แต่ใช้กับบริบทของสังคม-การเมืองด้วย ยิ่งเมื่อเรามีการรวมกลุ่มรวมตัวกันในภูมิภาค ปัญหาของประเทศหนึ่งๆ เมื่อดำเนินไปถึงจุดๆหนึ่ง มันจะลามออกมาเป็นปัญหาของประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคเดียวกัน(หรือใกล้เคียง หรืออาจลุกลามไปไกลกว่านั้น)อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

.
4.ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ถ้าต้องแก้ปัญหาแบบนั้น แล้วทำไมอาเซียนถึงไม่ทำมาตั้งนานแล้วล่ะ? ก็เพราะอาเซียนมี principle of non – interference อยู่ ว่าจะไม่แทรกแซงกิจการภายในกัน ซึ่งโดยหลักการมันก็น่าจะดี แต่ฟังก์ชั่นหลัก ๆ ก็คือใช้เพื่อปกป้องประเทศสมาชิกไม่ให้ถูกประเทศสมาชิกอื่นๆมาแหกหีในเรื่องเหี้ยๆของตัวเอง(ที่ทุกประเทศมีหมด)

.
5.อย่างไรก็ตามถามว่าการช่วยเหลือทางมนุษยธรรม การทำสังคมสงเคราะห์ ต้องมีมั้ย? คำตอบคือเมื่อปัญหามันมาอยู่ตรงหน้ามันก็ต้องแก้ไปก่อน ซึ่งมันก็มีทางผันเงินเข้ามา หรือขอตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวก่อนได้(จะในไทย มาเลฯ หรืออินโดฯ ก็ตาม) ที่ผ่านมาเราก็เคยทำกันแบบนั้น ทั้งตอนสงครามเขมร ทั้งตอนสมัยรัฐบาลทหารพม่าที่ชนกลุ่มน้อยทะลักหนีเข้ามาตามชายแดน ฯลฯ ซึ่งถ้าเราไม่ต้องการแบกภาระนานก็ต้องย้อนไปที่ข้อ 2 นั่นแหละ

.
6.สำหรับคนที่สงสัยว่าเป็นโรฮิงยาในพม่า ชีวิตมันแย่จนต้องล่องเรือมาตายกันเลยอย่างนั้นหรอ? ให้ลองคิดอย่างนี้ว่า ถ้าคุณเกิดมาอย่างไม่สถานะทางกฎหมายเลยตั้งแต่เกิด และไม่ใช่แค่คุณ แต่รุ่นพ่อแม่คุณก็ไม่มี ชีวิตคุณจะเป็นยังไง? สิ่งที่โรฮิงยาเจอจริงๆมันแย่กว่าสิ่งที่คุณจินตนาการได้อีก

.
7.ปิดท้าย เผื่อใครหาว่าโลกสวย ถามว่าคนโรฮิงยาเหี้ยๆมีมั้ย? ตอบเลยว่ามี ประเภทเจอแล้วอยากไล่ให้ไปไกลๆตีนก็มี คนโรฮิงยาที่เป็นนายหน้าค้ามนุษย์ก็มี(เช่นเดียวกับคนไทยที่หลอกขายคนไทยไปเป็นแรงงานทาสในต่างประเทศ) แต่…เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเรื่องความเหี้ยของปัจเจก คุณอยากจัดการความเหี้ยของคนบางคนก็ให้สถานะทางกฎหมายเขา มองเขาเป็นมนุษย์ และจัดการไปตามกฎหมายสิ นั่นคือทางที่ควรปฏิบัติต่อมนุษย์ด้วยกัน

.

by @mhonism
(ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้ลี้ภัย โรฮิงยา อาเซียน หรือพม่า แต่เคยทำงานประเด็นนี้มาบ้าง และไม่ได้รู้จักคนโรฮิงยาแค่พ่อค้าขายโรตีแถวบ้าน)

เผยแพร่ครั้งแรก 17 พ.ค. 2558 https://twitter.com/mhonism/status/599833685353844736