Just Another Fiction : Happiness??

เรื่องนี้ก็เขียนไว้นานแล้วเหมือนกัน น่าจะอ่านรู้เรื่องมากที่สุดแล้ว ————————————————————————————– “พี่…เค้าเหี้-ยกับพี่ขนาดนี้แล้วทำไมพี่ยังต้องไปทนเค้าอยู่อีกล่ะ” เสียงของน้องชายฉันดังก้องเข้ามาในโสตประสาท นั่นสิ…ทำไมฉันต้องมานั่งแคร์เธอด้วย —————————————————————————————– “เก่ง…เราถามอะไรหน่อยสิ” ฉันหันไปพูดกับเธอ ที่เดินอยู่ข้างๆ ฉัน “อะไรครับ” เธอหันกลับมาจ้องตาฉัน คืนนั้นพระจันทร์เต็มดวง แสงจันทร์สะท้อนวิบวับอยู่ในตาเธอ “ที่ทำแบบนี้…เพราะเก่งแค่อยากจะปลอบใจเรารึเปล่า แค่สงสารเราใช่มั้ย” เธอหยุดเดิน บีบมือฉันแน่นขึ้น “บ้ารึเปล่า…ไม่ใช่สักหน่อย เก่งก็แค่อยากทำให้แพทมีความสุขบ้าง แค่นั้นเอง…” ฉันยิ้ม เธออยากทำให้ฉันมีความสุข จริงๆ น่ะเหรอ ถึงฉันจะยังสงสัย แต่…ฉันก็ยิ้ม —————————————————————————————– “ฉันก็ไม่รู้ว่ะแก…ฉันอาจจะแค่ ไม่อยากทำใครหายไปจากชีวิตของฉันอีกแล้วก็ได้” ฉันได้ยินตัวเองตอบน้องชายไปอย่างนั้น ฉันไม่รู้ว่าฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ รึเปล่า… ฉันไม่รู้… —————————————————————————————– ฉันนั่งอยู่ตรงนั้น ในกลุ่มเพื่อน น้ำตาเต็มล้นอยู่ในอก…กลัวว่ามันจะไหลออกมา เพราะความรักที่เพิ่งจบไปของฉัน ไม่ฉันนั่งอยู่ตรงนั้นต่อไปไม่ได้แล้วแน่ๆ “เก่ง เดี๋ยวเราออกไปเดินดูอะไรแถวนี้หน่อยนะ” ฉันหันไปบอกเธอ ที่นั่งข้างๆ…

Just Another Fiction : ของขวัญ

อันนี้เขียนไปส่งในหนังสือ “75สตางค์” ของเพื่อนที่ราม นานแล้วเหมือนกัน น่าจะตอนอยู่ปี 2 เป็นอีกเรื่องที่คนอื่นอ่านจบแล้วถาม “ห๊ะ? ยังไงนะ?” ฮ่ะๆๆๆ จริงๆ จะบอกว่า…คนเขียนมาอ่านอีกรอบก็งงคร่าาาาาา ——————————————————————————————– สายน้ำในแม่น้ำยังคงไหลไปเรื่อยๆ เหมือนทุกวันที่มันเคยเป็น ผิดแต่ว่านับจากตอนนี้…จะมีบางอย่าง ต่างออกไปจากที่เคยเป็นมาเมื่อวาน ………………………………………………………………………………………………. “เย็นนี้ว่างมั้ย ออกมาเจอกันหน่อยสิ” ฉันชิงถามออกไปหลังจากที่เธองัวเงียลุกขึ้นมารับโทรศัพท์ของฉัน ราวกับว่าฉันกำลังกลัวว่าจะมีใครมานัดเธอตัดหน้าไปก่อน ทั้งๆที่ฉันรู้ดีว่า เธอแทบจะไม่เคยนัดใคร หรือรับนัดใคร ในวันอาทิตย์ วันที่เธอตั้งใจอุทิศให้กับการพักผ่อนอยู่บ้าน . . . เธอเงียบไปซักพัก . . . “อืมได้สิ ไปที่ไหนดีล่ะ” “ที่เดิม” ฉันตอบไปสั้นๆ ด้วยคำที่เราสองคนเข้าใจตรงกัน “ได้ๆ ว่าแต่คุณเป็นอะไรรึเปล่า” เธอถามด้วยความเป็นห่วง เหมือนที่เธอถามทุกครั้งที่เห็นฉันไปนั่งเศร้าอยู่ “ที่เดิม” “เปล่า…

หลังเส้นขอบฟ้า

เขียนไว้นานนนนนนแล้วเหมือนกัน สมัยยังเด็กและเล็กอยู่ :p สมัยนั้น(และบางทีจนทุกวันนี้)จะชอบเขียนอะไรที่คนอื่นอ่านแล้วขัดใจว่า นี่มึงเขียนจบแล้วใช่มั้ยเนี่ย -*- ฮ่ะๆๆๆ ———————————————————————————- “หลังเส้นขอบฟ้านั้น อาจมีใครซักคนรอชั้นอยู่” เธอชอบพูดแบบนี้บ่อย ๆ เวลาที่เราไปดูอาทิตย์ตกดินด้วยกัน “คนบางคนที่เป็นของชั้นจริง ๆ ใครที่จะไม่ทำให้ชั้นต้องเจ็บ” เธอพูดพลางหัวเราะ แล้วหันมาฝืนยิ้มทั้งน้ำตา ชั้นไม่เคยจะเข้าใจ ไม่รู้ว่าทำไม เธอถึงต้องรอคอยใคร ที่อาจไม่มีตัวตน…อาจไม่เคยมีตัวตน ทั้ง ๆ ที่เธอก็มีใครบางคน ที่ไม่คิดจะทำให้เธอเจ็บ ไม่เคยคิดจะทำให้เธอร้องไห้ แต่เธอไม่เคยที่จะมองเห็น ชั้นได้แต่บีบมือเธอเบา ๆ หันไปยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนที่สุด “ชั้นก็เชื่อว่าซักวันเธอจะได้เจอคน ๆ นั้น” ชั้นพูดพร้อมความปวดร้าวที่ก่อตัวขึ้นในใจ…

เรื่องของ”ความเหงา”

อันนี้เขียนนานแล้ว ตั้งแต่ตอนปี 1 ปี 2 มั้ง(6 – 7 ปีก่อน) เขียนลงหนังสือพิมพ์เลี้ยวซ้าย ฉบับกุมภา49 (ถ้าจำไม่ผิด) แล้วก็เอาลงไว้ที่ bloggang กับ My.iD ในเวบเด็กดี พอดีจะปิด My.iD แล้ว เลยขอเอามาเก็บไว้หน่อย…กลับไปอ่านแล้วรู้สึกว่าเขียนได้ห่วยมาก อ้างอิงอะไรไม่เป็นเลย(ทุกวันนี้ก็ยังไม่เป็น ฮ่ะๆๆๆ) ——————————————————————————————– “What kinds of society is this where in one finds the most profound loneliness in the midst of millions of people?”…