ลงพื้นที่ราชบุรี-พัทลุง-ระยอง กับข้อเสนอ “สหพันธรัฐไทย”

ตั้งใจว่าจะเล่าเรื่องการลงพื้นที่พูดคุยเรื่องประชาธิปไตย(ไปฟังชาวบ้านคุย ไม่ใช่เราไปพูดให้ชาวบ้านนั่งฟังนะ) เพิ่มเติมหลายรอบแล้ว(หลังจากที่คราวที่แล้วเล่าไปอย่างงงๆ คร่าวๆ กับการลงพื้นที่ที่เชียงใหม่และอุดร)

รอบนี้ที่ผ่านมาไปมาสามที่ค่ะ มีราชบุรี พัทลุง และระยอง
อย่างที่เคยพูดไว้(รึเปล่าหว่า?) ในแต่ละพื้นที่ปัญหา มักที่จะมีมุมมองที่มองคำว่า “ประชาธิปไตย” ต่างกัน สิ่งที่ต้องการก็ต่างกัน
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้เราก็พบกับข้อเสนอที่ต่างกันออกไปเช่นกัน

ที่ราชบุรี กลุ่มคนที่มาเข้าร่วมพูดคุยกับเรา น่าจะ 90% เป็นชาวกะเหรี่ยง(แต่น่าจะต่างเผ่ากันไป) เราจะมองเห็นว่ารูปแบบประชาธิปไตยที่เขาต้องการ จะมีการสอดแทรกเอารูปแบบประเพณีของกลุ่มดั้งเดิมของเขาใส่ลงไปด้วย เช่นเราคุยกันถึงปัญหาเรื่องการซื้อเสียงของผู้ใหญ่บ้าน(วึ่งเป็นปัญหาที่ได้มาจากเวทีที่ภาคเหนือ) ทางราชบุรีก็เจอเหมือนกัน จนสุดท้ายก็มีพี่คนนึงเสนอว่า ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องใช้การเลือกตั้งได้มั้ย? กลับไปใช้วิถีเดิมของชนเผ่า คือการเลือกคนที่คนในหมู่บ้านเห็นพ้องด้วย ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้แปลกใจกับข้อเสนอนี้นะ คิดว่าเป็นปกติถ้าเทียบกับวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยง(เค้ามีวัฒนธรรมของการตัดสินเรื่องต่างๆ ร่วมกันสูงนะ เท่าที่เรารู้มา)

แต่อย่างนึงที่น่าสนใจคือ ระหว่างกลุ่มผู้ใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่ กับเด็กที่ออกมาเรียนที่อื่น ความคิดของสองกลุ่มนี้ดูมีลักษณะที่มีช่องว่างอยู่ระดับนึงเลยล่ะ(ถึงแม้องศาจะไม่มาก) ดูแล้วก็เหมือนการสู้กันระหว่างความคิดโมเดิร์นกับวัฒนธรรมท้องถิ่น

ที่พัทลุง สารภาพว่าเวทีนี้ช่วงหลังๆ ที่เขาเริ่มแหลงใต้กัน เราไม่รู้เรื่อง T-T ภาษาใต้ฟังยังไงก็ไม่รู้เรื่องจริงๆ ให้ตายเถอะ
แต่ช่วงที่คุยตอนแรกๆ ที่ยังพยายามพูดกันเป็นภาษาไทย-กลาง ที่จับความได้อย่างนึงคือ เรื่องความเป็นประเทศประชาธิปไตยในไทย ว่าไทยนั้นไม่ได้เป็นประเทศประชาธิปไตยแต่ไหนแต่ไรมา(คือเราโยนคำถามไปว่าประชาธิปไตยสำคัญกับประเทศไทยมั้ย?) เมื่อมันไม่เคยเป็นแล้วจะถามได้ยังไงว่ามันจำเป็นรึเปล่า…จริงๆ วิธีการมองประชาธิปไตย(รวมทั้งการมองสิ่งที่ประเทศไทยเป็น) ของเวทีนี้ค่อนข้างจะเรียกได้ว่าก้าวหน้าเลยทีเดียว แต่อาจไม่เหมาะที่จะเอามาเขียนไว้ในบลอก เก็บไว้เขียนลงหนังสือ(เล่มเล็กๆ) ที่จะพิมพ์ออกมาท้ายโครงการดีกว่า

เวทีที่ระยอง เป็นเวทีที่เชิญมาทั้งคนในจังหวัดระยองเอง และมีพี่ๆบางคนมาจากจันทบุรี รวมถึงน้องจากม.บูรพา ถ้าใครติดตามเรื่องราวของภาคตะวันออกจะพบว่าในช่วงหลังๆ มานี้(อาจจะก่อนนั้น แต่ไม่ปรากฏในสื่อ) จะพบการต่อสู้ของชุมชนในภาคตะวันออกเป็นไปอย่างเข้มข้น เนื่องจากนโยบายของภาครัฐที่พยายามเอาโรงงานอุตสาหกรรมมายัดลงในพื้นที่ ทั้งอีสเทิร์นซีบอร์ด มาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมอีกหลายที่ รวมทั้งล่าสุดที่จันทบุรีก็กำลังต่อต้านการเอาโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาเหมือนกัน ดังนั้นในเวทีนี้ก็จะคุยกันในเรื่องแนวๆ นี้แหละ ปัญหาที่ต้องพบเจอในชุมชน

เรื่องข้อเสนอของการแก้ปัญหา มีข้อเสนอนึงที่เราว่าน่าสนใจ และยังไม่เคยเจอใครที่เสนอข้อเสนอนี้แบบชัดๆ เลย คือเรื่องของการเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็น “สหพันธรัฐ” จริงๆ คนที่เสนอก็แอบหวาดๆ อยู่นะว่ามันจะผิด กม. มั้ยถ้าพูดเรื่องแบบนี้ แต่เราว่าไม่ เพราะมันเป็นแค่การเปลี่ยนรูปแบบของรัฐ จากรัฐเดี่ยว มาเป็นรัฐรวมเท่านั้นเอง

จากมุมมองของคนระยองอย่างเรา(เอ๊ะ ยังไม่ได้บอกใช่มั้ยว่าเราเป็นคนระยอง?) เราเห็นด้วยเลยสำหรับโมเดลนี้ จริงๆ ก็มองผ่านมุมมองของคนจังหวัดอื่น เขตอื่นด้วย ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นในไทยคือทุกจังหวัดทำการผลิต และผลจากผลผลิต(ในรูปของเงินภาษี) ก็ถูกส่งเข้ามาที่ส่วนกลางในส่วนกลางจัดสรร *โดยไม่ได้รับฟังความต้องการของประชาชน* ก่อนที่ภาษี”ส่วนหนึ่ง” จะถูกจัดสรรกลับมายังท้องถิ่น และใช้ไปโดย “คนจากส่วนกลาง”

จะดีกว่ามั้ยถ้าคนในท้องถิ่น(อาจจะรวมกันในภูมิภาคก่อน)จะได้จัดสรรทรัพยากรนั้นเอง เพราะคนในท้องถิ่นย่อมรู้ดีว่าตนเองต้องการอะไร
เงินภาษีที่ต้องมาด้วยการแลกกับความเสี่ยงด้านสุขภาพของคนในท้องถิ่นควรนำมาใช้เพื่อคนในท้องถิ่นก่อนมากกว่ารึเปล่า?

คิดว่าไงกันบ้างคะ?

(เพิ่มเติมๆ ก็ว่าลืมเขียนอะไร เมื่อกี้โดนแฟนแย่งเครื่องเลยเขียนไม่ต่อเนื่อง) มีวาทะนึงที่พี่คนนึงในวงพูดคุยที่ระยองพูดขึ้นมา พี่เค้าบอกว่า…เราจะแก้ปัญหา เราต้องรู้ถึงตัวปัญหาก่อน แต่ตอนนี้เราพร้อมที่จะรับฟังปัญหาและสาเหตุในสังคมไทยรึยัง?

เราว่าจริง…ตราบใดที่เรายังไม่สามารถที่จะพูดคุย ถกเถียง หรือกระทั่งยอมรับว่าปัญหานั้นมันเกิดขึ้นและมีอยู่ แก้ให้ตาย ปฏิรูปให้ตาย ก็ไม่มีวันสำเร็จ…

Be Sociable, Share!

Leave a Reply