[แปล] “Bangtan Bomb” กลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จของ BTS

ต้นฉบับ – http://entertain.naver.com/read?oid=025&aid=0002657188
แปลอังกฤษ – http://peachisoda.blogspot.com/2016/11/article-161107-bangtan-bomb-on-sns-push.html
แปลไทย/เรียบเรียง – @mhonism

หลังจากปล่อยอัลบั้มเต็มที่ 2 “Wings” เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา บังทันโซนยอนดันก็เข้าไปเขย่าชาร์ต US Billboard และชาร์ตเพลงในอีกหลายประเทศ กระแสจากต่างประเทศสู่เกาหลี ความสำเร็จของบังทันนั้นยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะที่พวกเขาได้รับเสียอีก บังทันกลายมาเป็นนักร้องเกาหลีกลุ่มแรกที่เข้า Billboard 200 ด้วยอันดับ 26 หลังจากเมื่อปี 2014 2NE1 เคยทำสถิติสูงสุดไว้ที่อันดับที่ 61 Billboard ได้เผยแพร่บทความหลายบทความที่พูดถึง “ปรากฏการณ์บังทัน(Bangtan Phenomena)” โดยในบทความเหล่านั้นบอกว่า “บังทันได้ก้าวเข้าสู้พื้นที่ความสำเร็จใหม่ ทั้งที่ไม่มีเพลงภาษาอังกฤษ และไม่มีการโปรโมทในสหรัฐอเมริกา” นอกจากนี้บังทันถูกจัดไว้ในอันดับที่ 6 ของ Youtube Music Global Top 100 Artist chart ของสัปดาห์ที่ 7 ต.ค. – 13 ต.ค. โดยพวกเขาทำคะแนนสูงกว่า Sia นักร้องนักแต่งเพลงชาวออสเตรเลีย(อันดับที่ 8) และ Ariana Grande(อันดับที่ 9)

บังทันกำลังเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับแวดวงเคป๊อปด้วยอายุวง 4 ปี อย่างนั้นหรือ? เราได้พูดคุยถึงเคล็ดลับความสำเร็จในการสร้างฐานความนิยมจากทั่วโลกกับสมาชิกทั้ง 7 ของบังทัน และ บัง ชิฮยอก CEO แห่ง Bighit Entertainment ผู้ที่ปั้นบังทันขึ้นมา

เมื่อเราไปถึงห้องซ้อมของบังทัน ก็ได้เห็นกระเป๋าเดินทางวางเรียงรายอยู่รอบห้อง เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงตารางงานที่แสนจะยุ่งของไอดอลกรุ๊ปอายุ 4 ปี วงนี้ ในมุมหนึ่งของห้องมีเก้าอี้นวดที่เป็นของขวัญจาก Naver ตั้งอยู่ด้วย หนุ่ม ๆ บังทันได้รับเก้าอี้นวดตัวนี้เป็นรางวัลสำหรับการที่พวกเขามียอดผู้ติดตามบน V App สูงที่สุดถึง 3,360,000 บัญชี

สมาชิกทั้ง 7 ของบังทันมีกลยุทธ์ในการสื่อสารที่ไม่ธรรมดา พวกเขาแสดงให้แฟน ๆ เห็นภาพลักษณ์สุดเท่บนเวที ในขณะเดียวกันพวกเขาก็อัพโหลดวิดิโอสั้นภายใต้ชื่อ Bangtan Bomb อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเปิดเผยตัวตนของพวกเขาในช่วงเวลาปกติ วิดิโอสั้นพวกนี้บันทึกภาพของหนุ่ม ๆ บังทันในชีวิตประจำวัน ตอนระหว่างรอการแสดงในห้องแต่งตัวบ้าง, ชีวิตที่หอบ้าง, ตอนที่พวกเขาเล่นสนุกในห้องซ้อม, หรือบางทีเหล่าสมาชิกก็มาบอกเล่าความรู้สึกกังวลใจผ่านทางวิดิโอนี้

บังทันฟอร์มวงขึ้นมาด้วยคอนเซปท์แบบพี่ชายข้างบ้าน/น้องชาย/เพื่อนผู้ชาย Suga พูดถึงตัวตนของบังทันว่าพวกเขาต้องการที่จะเป็น “ฮีโร่ที่ใคร ๆ ก็รู้สึกพึ่งพาได้ ไม่ใช่ไอดอลกรุ๊ปที่เป็นแบบอย่างจอมปลอม(Let’s become a hero who people can lean on and not an idol group who is like a fake idol.)” และเขายังบอกอีกว่า “พวกเราไม่ได้โอ้อวดเกินจริงหรือแอบซ่อนบุคลิกส่วนตัวของพวกเรา ในทางกลับกันเราได้เปิดเผยตัวตนของพวกเราอย่างต่อเนื่อง ทั้งบนยูทิวบ์ และโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก(SNS) บริษัทไม่ได้สั่งให้พวกเราถ่ายคลิปพวกนี้ แต่เป็นพวกเราเองที่อยากจะทำมันขึ้นมา และสนุกกับมัน”

สมาชิกทั้ง 7 คน ของบังทันโซนยอนดัน อยู่ด้วยกันมา 7 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเด็กฝึก และบุคลิกภาพที่เปิดเผยตรงไปตรงมาของพวกเขา(ที่เผยแพร่ผ่าน SNS – T/N)ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ทั่วโลกแบบเรียลไทม์ ทักษะ push and pull* ของบังทันนั้นโดดเด่นเลยทีเดียว สำหรับแฟน ๆ แล้วพวกเขาทั้งเป็นคนดังและเป็นเหมือนเพื่อน ในเวลาเดียวกัน Rap Monster บอกกับเราว่า “บังทันเป็นวงที่ได้ประโยชน์(ในการสร้างฐานแฟนคลับ – T/N)จากสื่อ(SNS – T/N)มากที่สุด ในตอนที่พวกเราออกอากาศสดผ่าน V App แฟนของพวกเราที่อยู่ในบราซิลก็สามารถดูพวกเราผ่านวิดิโอแบบ High Quality แบบเรียลไทม์ได้ ผมคิดว่านี่เป็นหนทางที่ทำให้เราสามารถโปรโมททั่วโลกพร้อมกันได้ ไม่ต้องจำกัดเฉพาะในเกาหลีเท่านั้น” นอกจากนี้หนุ่ม ๆ ยังเลือกที่จะสร้างฐานแฟนคลับด้วยการสื่อสารกับแฟน ๆ ทั่วโลกผ่าน SNS ทำให้พวกเขาก้าวไปได้ไกลกว่ารุ่นพี่ในแวดวงที่เพียงแค่ปล่อยเพลงผ่านยูทิวบ์เท่านั้น

บังทันโซนยอนดันไม่ได้โด่งดังทันทีตั้งแต่เดบิวท์ ที่ผ่านมามีคนมากมายที่บอกว่าชื่อวง “บังทันโซนยอนดัน” นั้นฟังดูช่างเด็กน้อยเหลือเกิน อีกทั้งหนุ่ม ๆ เองรู้สึกอยู่เสมอว่าพวกเขาไม่ใช่วงที่มาจากบริษัทใหญ่ ๆ

“ก่อนที่พวกเราจะเดบิวท์ ผม, Suga, Jungkook และ J Hope ได้ไปคอนเสิร์ตของรุ่นพี่ที่จัดที่ Gymnastics Arena ในระหว่างทางที่กลับบ้านนั้นพวกเราคุยกันและบอกว่า “นี่ถ้าได้จัดคอนเสิร์ตในสถานที่ที่ใหญ่ขนาดนี้ ชีวิตนี้ก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว” แต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาพวกเราได้จัดคอนเสิร์ตที่อารีน่าแล้วครับ สิ่งที่เราคิดฝันไว้ตอนนั้นกลายมาเป็นความจริงแล้วครับ” RM บอกกับเรา

ในช่วงที่พวกเขาเดบิวท์ใหม่ ๆ นั้น มีเพียง Suga, RM, และ J Hope เท่านั้นที่มีส่วนร่วมในการทำเพลงในอัลบั้ม แต่สำหรับอัลบั้มล่าสุดสมาชิกทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำเพลงสำหรับอัลบั้มนี้ด้วย “เป็นแรงบันดาลใจให้กันและกัน” วลีนี้ไม่ได้ถูกพูดให้ดูดีเพียงเท่านั้น Jungkook น้องเล็กของวงบอกว่า “ผมเริ่มเรียนรู้การทำดนตรีก็เพราะเห็นพวกพี่ๆทำดนตรีกัน” ส่วน Jimin ก็บอกว่า “พวกพี่ ๆ ทำให้รู้ว่าการทำดนตรีนั้นเป็นเรื่องที่สนุก”

บังทันแบ่งการนำเสนอบทเพลงของพวกเขาเป็นซีรีย์ ก่อนหน้านี้พวกเขาได้ปล่อยผลงานในซีรีย์ “School Triology” และ “Youth Triology” พวกเขาได้เลือกนำเสนอเรื่องราวของคนหนุ่มสาวเป็นหลัก ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามของความเยาว์วัย แต่พวกเขาในเพลงของพวกเขายังพูดถึงเรื่องราวอย่าง “ความรุนแรงในโรงเรียน” “ค่านิยมการสอบเข้ามหาวิทยาลัย” และ “Spine breaker”** Suga บอกกับเราว่า “พวกเราพยายามที่จะพูดถึงประเด็นที่เป็นประเด็นเชื่อมโยงระหว่างเราและคนในรุ่นราวคราวเดียวกันกับพวกเรา ทั้งความเจ็บปวด และความรู้สึกไม่มั่นคงของวัยรุ่น พวกเราบันทึกเรื่องราวเหล่านั้นเอาไว้”

เรื่องราวที่จริงใจในบทเพลงของพวกเขายังประสบความสำเร็จในประเทศอื่นนอกจากเกาหลีอีกด้วย ในคอลัมน์ของ Billboard ได้วิเคราะห์ถึงความลับของความสำเร็จของบังทันไว้ว่า “บังทันสามารถผสมผสานระหว่างความเป็นศิลปินของสมาชิกแต่ละคน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ฟังในสหรัฐต้องการ รวมกับระบบแบบเคป๊อปที่ให้ความสำคัญกับความเป็นวง นอกจากนี้บังทันยังมีการตลาดที่ดีเยี่ยมที่ไม่ทำให้แฟนต่างชาติรู้สึกแปลแยกอีกด้วย”

หลังผลงานในซี่รียส์ “School” และ “Youth” ในอัลบั้มล่าสุดบังทันได้พูดถึงเรื่องราวของสิ่งยั่วยุและความขัดแย้งที่วัยรุ่นต้องเผชิญ “Blood Sweat & Tears” เพลงไตเติ้ลในอัลบั้มล่าสุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิยายเรื่อง “Demian” ของ Hermann Hesse นักเขียนชาวเยอรมัน มิวสิควิดิโอของเพลงนี้มียอดผู้ชมถึง 40 ล้านครั้ง ภายในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์ เมื่อถามไปว่าแล้วตอนนี้เรื่องไหนที่เป็นสิ่งยั่วยุ/ปัญหาใหญ่ที่สุดที่บังทันเผชิญในชีวิตที่มีตารางงานยุ่งเหยิงขนาดนี้? ทั้ง 7 หนุ่มตอบออกมาตามประสาเด็กหนุ่มว่า “พวกเราตัดสินใจยากระหว่างจะนอนต่อ หรือจะลุกไปทำอย่างอื่นดี? หรือแทนที่จะนอน 5 ชั่วโมง เราควรนอนแค่ 4 ชั่วโมง แล้วเอาเวลาไปทำความสะอาดห้องดีมั้ย? อ่า ตอนนี้ต้องลดน้ำหนักด้วย นี่ก็เป็นเรื่องที่หนักใจอยู่เหมือนกันครับ”

————————————————
* push and pull เป็นชื่อกลยุทธ์ทางการตลาด อ่านเพิ่มได้ที่ https://sites.google.com/site/onlinelearningseries/hnwy-thi-4-kar-sng-serim/krabwnkartidtxsuxsar
**Spine Breaker แปลเป็นไทยจะหมายความว่าพวกทำนาบนหลังคน ในที่นี้หมายถึงเพลง Spine Breaker จากอัลบั้ม Skool Luv Affair อีพีอัลบั้มที่ 3 ของ BTS ที่เนื้อเพลงพูดถึงเด็กนักเรียนที่มีพฤติกรรมแบบ spine breaker บังคับให้พ่อแม่ซื้อเสื้อผ้าหรือของดี ๆ ราคาแพงให้ เพียงเพื่อนำไปใช้โอ้อวดกับเพื่อนที่โรงเรียน https://www.youtube.com/watch?v=3dLn2mEpnNw

Be Sociable, Share!

Leave a Reply