[แปล] Can Conscious K-Pop Cross Over? BTS & BigHit Entertainment CEO ‘Hitman’ Bang on Taking America

Can Conscious K-Pop Cross Over? BTS & BigHit Entertainment CEO ‘Hitman’ Bang on Taking America

สัมภาษณ์โดย Jeff Benjamin
ตีพิมพ์ครั้งแรกบนนิตยสารบิลบอร์ด ฉบับวันที่ 15 เมษายน 2017 และ http://www.billboard.com/articles/columns/k-town/7752412/bts-bang-hitman-conscious-k-pop-cross-over-interview
แปลและเรียบเรียง – @mhonism

ในวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา BTS ได้ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตรอบที่ 5 เป็นการปิดท้าย Arena Tour ที่ขายบัตรได้หมดเกลี้ยงในสหรัฐอเมริกาของพวกเขา การแสดงเรียกเสียงกรีดร้องจากบรรดาแฟน ๆ ที่ช่วยให้ Wings, อัลบั้มเต็มอัลบั้มที่ 2 ของหนุ่ม ๆ, กลายมาเป็นอัลบั้มแรกของศิลปินเคป๊อปที่เข้าสู่อันดับใน Top40 ของ Billboard 200 ได้สำเร็จเมื่อปีที่ผ่านมา หลังจากการเดบิวท์ในปี 2013 BTS ก็กลายมาเป็นวงที่ประสบความสำเร็จในบ้านเกิด และยังคงเดินหน้าเข้าสู่ป๊อปคัลเจอร์ในตลาดเพลงอเมริกัน ก่อนหน้าการเริ่ม U.S. Tour 3 วัน Rap Monster และ Wale ศิลปินฮิพฮอพชื่อดังได้ปล่อย “Change” เพลงภาษาอังกฤษที่ทำร่วมกันออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟัง

ในเพลง “Change” ทั้ง RM และ Wale ได้พูดถึงประเด็นอย่างสิทธิในการเลือกตั้ง และ การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ ขณะที่ในเพลงฮิตของ BTS ก่อนหน้านี้หลายเพลงก็พูดถึงประเด็นอย่างปัญหาสุขภาพจิต(ที่วัยรุ่นต้องเจอ) เหมือนอย่างที่ Suga หนึ่งในสมาชิกของ BTS เคยพูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “คนรุ่นใหม่ทั่วโลกต่างก็ประสบปัญหาทางสังคมและการเมืองที่คล้ายคลึงกัน” ในโลกของเคป๊อปที่มักจะหลีกเลี่ยงการพูดถึงประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงกัน(controversy) แต่สำหรับ RM เขามองว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่พวกเขาจะต้องพูดถึงประเด็นเหล่านี้

(มีข่าวออกมาว่า)อัลบั้มใหม่ของ BTS อยู่ในระหว่างการจัดทำ และอาจมีตารางงานแฟน ๆ ในสหรัฐฯ รออยู่ในช่วงปีนี้ “Hitman Bang” บังชิฮยอก CEO และ Executive Producer ของ BigHit Entertainment แอบเผยให้เราทราบว่าในอัลบั้มใหม่นี้มี “special features” สำหรับอินเตอร์แฟนของ BTS อยู่ แต่ในขณะเดียวกัน BTS ก็จะยังสร้างสรรค์เพลงในแบบที่พวกเขาถนัดอยู่

“ผมไม่ค่อยเชื่อในการปล่อยเพลงภาษาอังกฤษเพื่อทำตลาดในสหรัฐอเมริกา แบบเดียวกับที่ศิลปินเคป๊อปหลายคน/กลุ่มทำ” บังพีดีบอกกับบิลบอร์ดในการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกของเขากับสื่ออเมริกัน “เรา,ในฐานะศิลปินและโปรดิวเซอร์ของเคป๊อป, ต้องโฟกัสไปที่สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด และอาจจะเพิ่ม special features ที่แฟนอินเตอร์ หรือแฟนในสหรัฐฯ สามารถรู้สึกเข้าถึงได้ วิธีนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับผมในการนำเคป๊อปเข้าสู่ตลาดเพลงเมนสตรีมของสหรัฐฯ และด้วยวิธีนี้ BTS จะสามารถมีส่วนร่วมกับผลงานในแบบที่ไม่แตกต่างกับสิ่งที่พวกเขาทำในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เราปรับตัวและพัฒนาการแสดงในของพวกเราให้เข้ากับความคาดหวังและระดับ(การแสดง)ของนานาชาติ เพื่อที่ไม่ว่าใคร ไม่ว่าจะมาจากพื้นเพทางวัฒนธรรมแบบไหน ก็จะสามารถสนุกไปกับเสียงเพลงและการแสดงของ BTS ได้”

บังพีดีให้ความมั่นใจว่า BTS นั้น “กระตือรือร้นในการออกเพลงใหม่ ๆ จากการทำงานร่วมกับศิลปินระดับนานาชาติ แบบเดียวกับเพลง Change ที่ปล่อยออกมาแล้ว” นอกจากนี้ทั้งตัวบังพีดีและสมาชิกวง BTS มองความสำเร็จที่พวกเขาได้รับในฐานะแรงบันดาลใจในการประสบความสำเร็จมากขึ้นในอนาคต

“ผมรู้สึกตื่นเต้นกับการตอบรับของ U.S. tour มาก” บังพีดีพูดถึงทัวร์ครั้งนี้ “การตอบรับที่ล้นหลามและบางจุดมันก็มากจนแทบไม่น่าเชื่อ ผมรู้สึกว่ามันเป็นความรับผิดชอบสำหรับพวกเราที่จะต้องทำเพลงที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อแฟน ๆ ของ BTS ที่มีอยู่ทั่วโลก และผมก็ต้องครุ่นคิดให้หนักขึ้นว่าอะไรบ้างที่ทำให้แฟน ๆ รู้สึกมีไฟและลุ่มหลงไปกับเพลงและตัววง BTS” ในขณะเดียวกันความทะเยอทะยานของ BTS อาจเป็น best felt เมื่อ V เปิดเผยออกมาว่าพวกเขามี “เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านี้(Grander Goals)” เหมือนกับว่า Arena Tour ของพวกเขาเป็นแค่จุดเริ่มต้นของแผนการที่พวกเขาต้องการที่จะประสบความสำเร็จรอบโลกก็เป็นได้

ด้านล่างนี้คือบทสัมภาษณ์จาก BTS ที่ทำการสัมภาษณ์ก่อนการทัวร์ในสหรัฐจะเริ่มต้นขึ้น การสัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นการสัมภาษณ์ผ่านล่าม ยกเว้นในส่วนของ RM (ที่ตอบคำถามด้วยตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ)

Billboard: ด้วยการแสดงถึง 5 รอบ ในระดับ Arena ทำให้การทัวร์ครั้งนี้เรียกได้ว่าค่อนข้างใหญ่ทีเดียว ผมคิดว่าเหตุผลหลักที่ทำให้พวกคุณทำได้ดีในอเมริกา เพราะเพลงของพวกคุณพูดถึงประเด็นที่เป็นประเด็นส่วนบุคคล ทำไมมันถึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพูดถึงในเพลงของพวกคุณ
Suga: คนรุ่นใหม่ทั่วโลกต่างก็ประสบปัญหาทางสังคมและการเมืองที่คล้ายคลึงกัน ผมคิดว่าวัยรุ่นรู้สึกในทางเดียวกันต่อปัญหาที่คล้ายคลึงกัน และ BTS อยากที่จะเชียร์อัพพวกเขาด้วยเพลงของพวกเรา ที่พูดถึงความรู้สึกของเราต่อปัญหาสังคมเหล่านั้น
Rap Monster: ประเด็นเหล่านี้, แบบที่คุณว่า, มันเป็นประเด็นที่สำคัญ มันเป็นเรื่องที่ควรถูกบอกเล่าออกไป เป็นประเด็นที่ควรถูกพูดถึง และพวกเราคิดว่าเราควรพูดถึงมัน ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับพลังและความสนใจจากแฟน ๆ เวลาที่พวกเราใช้เสียงของเราในการสะท้อนถึงปัญหาเหล่านั้น มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับพวกเรา และยิ่งเสียงที่พวกเราสะท้อนออกไปยิ่งมันดังมากเท่าไหร่ ก็เหมือนว่ามันมีพลังมากขึ้นเท่านั้น

Billboard: กับประเด็นที่พวกคุณเล่น ทั้งเรื่องความแปลกแยก, สุขภาพจิต, การกลั่นแกล้ง ล้วนเป็นประเด็นที่เรามักไม่ค่อยเห็นว่าถูกพูดถึงในแวดวงเคป๊อป หรือในวัฒนธรรมเกาหลี หรือกระทั่งในเพลงป๊อปของอเมริกาก็เช่นกัน พวกคุณเคยกังวลมั้ยว่าการพูดถึงประเด็นเหล่านี้อาจก่อให้เกิดผลตอบรับในทางลบ
​Suga: ที่ผ่านมามันก็มีคนที่มีปฏิกิริยาในทางลบกับเพลงของ BTS แต่ผมว่าการทำเพลงเพื่อให้กำลังใจคนที่ต่อสู้กับปัญหาเหล่านั้น หรือชี้ให้เห็นทางออกของปัญหาเหล่านั้นผ่านทางบทเพลง มันเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า ไม่ว่ายังไงผมก็จะทำเพลงเพื่อพูดถึงเรื่องราวเหล่านั้นอยู่ดีครับ

Billboard: คุณคิดว่าเคป๊อปควรจะพูดถึงประเด็นที่เป็นส่วนบุคคลมากขึ้นมั้ย เพื่อให้ได้กลุ่มผู้ฟังที่กว้างขึ้น? คุณอยากเห็นอะไรต่อไปในอนาคต
Rap Monster: ผมว่าเรายังต้องการเพลงสนุก ๆ หรือเพลงรักใสใสอยู่นะ ผมชอบฟังเพลงพวกนั้น แล้วรู้สึกไปกับมันเหมือนกัน ผมว่าทุกคนมี their luggage and their shadows แต่มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่พวกเราก็คือพวกเรา ผมว่าถ้าเรายังคงพูดถึงประเด็นต่าง ๆ ในเพลงของเราต่อไป ถ้าประเด็นเหล่านี้ได้รับความสนใจมากขึ้น และคนในโลกนี้ที่ให้ความสนใจกับเราจะเริ่มหันมาสนใจและพูดถึงเรื่องเหล่านั้นมากขึ้น ผมว่านั่นคือความเปลี่ยนแปลงนะ

Billboard: ในความเห็นผม “Spring Day” เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างยิ่งใหญ่สำหรับพวกคุณเลย ไม่เฉพาะแค่มันทำชาร์ตได้ดี แต่กับเพลงนี้พวกคุณได้แสดงถึงความก้าวหน้าในกระบวนการคิด, สาส์นว่าด้วยความหวัง, ไอเดียว่าด้วยการ recover, เรื่องฤดูหนาวที่จะเปลี่ยนผ่านสู่ฤดูใบไม้ผลิ เรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่พวกคุณตั้งใจใช่มั้ย?
Rap Monster: มันเป็นแบบที่คุณบอกครับ มันเป็นการก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว เพลงของเรา(ที่ผ่านมา)มักพูดถึงปัญหาวิกฤต, ความเศร้าโศก, ความรู้สึกของวัยรุ่นที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังหลงทาง สำหรับอัลบั้มนี้ในรายการทีวีเมื่อเราต้องพูดแนะนำอัลบั้ม ผมมักพูดถึงคำว่า “recovery” เสมอ ๆ มันเป็นอย่างที่คุณว่า เพลงนี้เกี่ยวกับกลับคืน/ฟื้นคืน ฤดูหนาวที่ผันเปลี่ยนสู่ใบไม้ผลิ แม้จะอยู่กลางฤดูหนาวแต่มันก็จะเปลี่ยนเข้าสู่ใบไม้ผลิ แบบนั้นแหละครับ
Suga: นอกจากเป็น BTS ในแบบที่เราเป็นมาโดยตลอด พวกเราอยากสร้างความเปลี่ยนแปลง และอยากที่จะพัฒนาในฐานะวงดนตรี เราอยากแสดงให้ผู้คนได้เห็นสีสันที่หลากหลายของเรา แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ยังอยากปลอบประโลมและให้ความหวังกับคนอื่น ๆ ด้วย

Billboard: สิ่งหนึ่งที่ยูนีคมาก ๆ ในอัลบั้ม Wings ของพวกคุณคือ เพลงโซโล่ของพวกคุณที่อยู่ในอัลบั้ม ที่ผ่านมาพวกคุณเคยปล่อยมิกซ์เทปมาแล้ว ทำไมถึงเลือกที่จะแสดงตัวตนของเมมเบอร์ผ่านเพลงโซโล่ในอัลบั้ม แทนที่จะเป็นอัลบั้มเดี่ยวหรือยูนิตอัลบั้ม?
Jin: เพลงโซโล่เป็นอะไรที่สำคัญมาก มันบอกเล่าเรื่องราวส่วนตัวของพวกเราแต่ละคน สะท้อนสิ่งที่พวกเราแต่ละคนทำได้ดี พวกเราทำงานหนักมากบนแต่ละเพลงโซโล่ของพวกเรา ดังนั้นมันถึงสำคัญกับเราครับ
Rap Monster: เวลาผมถูกถามว่าทำไมเคป๊อปถึงดัง? ผมมักจะตอบไปว่าเพราะเคป๊อปเป็นส่วนประกอบที่ลงตัวระหว่างเพลง, วิดีโอ, รูปลักษณ์, ท่าเต้น, การใช้ social media และการใส่เรื่องของชีวิตจริงลงไป การใส่เพลงโซโล่ลงในอัลบั้มเป็นเรื่องที่เสี่ยงก็จริง แต่มันก็เชื่อมโยงกับคอนเซปท์ของเราด้วย เช่น เวลาที่คุณดูมิวสิควิดีโอเพลง I Need U พวกเราแต่ละคนรับบทที่มีปัญหาและคาแรคเตอร์ที่ต่างกันไป ตัวละครเหล่านั้นก็เชื่อมโยงกับตัวตนของเราบ้าง แต่ในเพลงเดี่ยวแต่ละเพลงจะสะท้อนคาแรกเตอร์และตัวตนของแต่ละคนออกมา และเพลงแต่ละเพลงก็เชื่อมโยงกันเป็นส่วนผสมที่ทำให้ผู้คนสนใจในคอนเซปท์ของพวกเรา

Billboard: พูดถึงเพลงโซโล่ คุณเพิ่งปล่อยเพลง Change ออกมา Rap Monster ในเพลงนี้คุณกับ Wale พูดถึงคนละเรื่องแต่มีประเด็นที่คล้ายคลึงกัน ในขณะที่ทั้งเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ต่างก็มีช่วงเวลาทางการเมืองที่น่าสนใจเหมือน ๆ กัน พวกคุณสองคนได้แลกเปลี่ยนมุมมองในเรื่อง(การเมือง)นี้บ้างมั้ย?
Rap Monster: เราไม่ได้มีเวลาที่จะคุยเรื่องนี้กันในเชิงลึก แต่ที่ผ่านมาผมก็ได้ดูข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ที่อเมริกันต้องเจออยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ในตอนที่คุณ Wale พูดเรื่องการทำเพลงร่วมกันขึ้นมา ผมก็คิดนะว่าเราจะทำเพลงยังไงกันดี? เราอาจจะทำเพลงที่พูดถึงเรื่องทั่ว ๆ ไปก็ได้ แต่ผมอยากให้เพลงนี้มันพิเศษกว่านั้น พวกเรามีสถานการณ์ทางการเมืองที่เราต้องเผชิญที่นี่ ในเกาหลีใต้ และคนหนุ่มสาวก็โกรธแค้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมเลยคิดว่าถ้าเราสามารถพูดถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้ เพลงนี้น่าจะเป็นการทำงานร่วมกันที่ค่อนข้างพิเศษ และผมว่าผมคิดถูกนะ

Billboard: พวกคุณรู้สึกถึงอิทธิพลที่พวกคุณมีต่อวงอื่น ๆ ในแวดวงเคป๊อปบ้างมั้ย?
Jungkook: ตอนที่พวกเราเดบิวท์เมื่อปี 2013 พวกเราได้รับอิทธิพลจากวงรุ่นพี่หลาย ๆ วงเลยครับ ผ่านไปหลายปีเราได้เห็นวงรุ่นน้องของพวกเราพูดถึงวงของเรา, คัฟเวอร์เพลงของพวกเรา หรือติดตามเรา ผมเคยได้ยินรุ่นน้องบางวงให้สัมภาษณ์ว่าพวกเขาได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากพวกเรา มันทำให้พวกเรารู้สึกดีมากครับ ในฐานะที่เป็นวงรุ่นพี่ พวกเราอยากสร้างอิทธิพลในทางที่ดี และเป็นต้นแบบที่ดีให้กับวงรุ่นน้องครับ

Billboard: คำถามสุดท้าย ตอนนี้พวกคุณมีความสุขกันมั้ย?
V: สำหรับตอนนี้พวกเรามีความสุขกับสิ่งที่เราเป็น มีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันครับ ผมคิดว่าที่เรามีความสุขเพราะเราได้เดินไปบนเส้นทางเดียวกัน ในทิศทางเดียวกัน ก่อนหน้านี้เราอยากได้แดซัง และเราก็ทำมันได้ ตอนนี้เป้าหมายของเราคือการสร้างสรรงานดนตรีที่ดียิ่งขึ้นไปเพื่อแฟน ๆ ของเราครับ
Rap Monster: รวมถึงการมี Stadium Tour ในระดับโลก นั่นก็เป็นเป้าหมายที่พวกเราอยากไปถึงเหมือนกันครับ
V: พวกเรามีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ครับ

 

Be Sociable, Share!

Leave a Reply