[แปล] เพื่อนของฉัน, มยองจา, และลูกชายของเธอ

เพื่อนของฉัน, มยองจา, และลูกชายของเธอ
โดย ซง มยองคยอน อาจารย์ประจำภาควิชาแฟชั่นดีไซน์ มหาวิทยาลัยสตรีดงด็อก
ตีพิมพ์ครั้งแรก 26 ธันวาคม 2017 บน The Asia Economy Daily
http://news.naver.com/main/read.nhn?mode=LSD&mid=sec&oid=277&aid=0004146643&sid1=001
แปล เกาหลี – อังกฤษ @BTSARMY_Salon https://armysalon.wordpress.com/2018/01/16/dec-26th-2017-the-asia-economy-daily-article-forum-my-friend-myung-ja-and-her-son/

ตอนที่พวกเราเรียน ม.1 มยองจามาที่บ้านเที่ยวที่บ้านของฉันที่ต่างจังหวัด มยองจาเป็นเด็กนักเรียนตัวเล็ก ๆ น่ารัก ผิวขาว ตอนนั้นจำไม่ได้แล้วว่าทำไม แต่ตอนที่อยู่ต่อหน้าพี่สาวของฉัน มยองจาสามารถจดจำเนื้อหาในหนังสือเรียนประถมได้เป็นเล่ม ๆ พอมยองจากลับบ้านไป ฉันก็ถูกพี่บ่นเสียยกใหญ่ว่ายังตั้งใจเรียนไม่พอ ไม่เหมือนมยองจาที่ตั้งใจเรียนจนสามารถจำเนื้อหาในหนังสือเรียนได้ทั้งเล่ม ผ่านไปกว่า 50 ปีแล้วแต่มยองจาก็ยังถูกจดจำในฐานะเด็กที่ท่องหนังสือเรียนได้ทั้งเล่ม พอขึ้นชั้นมัธยมปลายมยองจาก็เป็นนักเรียนตัวท้อปของโรงเรียน และสามารถสอบเข้าเรียนที่คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์(College of Liberal Arts and Sciences) ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ที่รู้กันว่าอัตราการรับเข้านั้นต่ำแค่ไหน

หลังจากที่ฉันแต่งงานไปแล้ว ก็บังเอิญว่าได้ย้ายเข้ามาอยู่ในอพาร์ทเมนท์เดียวกันกับมยองจา ตอนนั้นเธออาศัยอยู่กับลูกชาย ลูกสาว สามี และพ่อสามี ฉันยังจำได้อยู่เลยว่ามยองจามักมีสีหน้าที่เคร่งเครียดอยู่เล็กน้อย เพราะเธอต้องอาศัยอยู่กับพ่อสามีที่ค่อนข้างเข้มงวด วันหนึ่งฉันไปเยี่ยมมยองจีที่บ้าน ลูกชายของเธอก็เล่นกีตาร์ให้ฟัง เขาดูลุ่มหลงกับการเล่นกีตาร์มาก จนแม่ของเขาเริ่มกังวลว่าลูกชายจะเอาแต่เล่นกีตาร์ และเพราะเด็กคนนี้เป็นลูกของมยองจาฉันเลยถามเธอไปว่าเขาบางทีเขาอาจจะเป็นนักเรียนระดับท้อปของโรงเรียนรึเปล่า? นี่ถ้าไม่เห็นเขาเล่นกีตาร์ฉันก็อาจถามคำถามนี้ออกไปโดยไม่มีคำว่า “บางที” ก็เป็นได้ มยองจีตอบมาว่าใช่(ลูกชายเป็นนักเรียนระดับท้อปที่โรงเรียน – ผู้แปล) หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไป จนถึงช่วงที่เขาอยู่ ม.ปลายปีสุดท้าย ฉันก็ชักอยากรู้ว่ามหาวิทยาลัยแบบไหนกันนะที่คนรักกีตาร์แบบเด็กหนุ่มคนนี้จะเข้าเรียน

ฉันมาได้ยินทีหลังว่าตอนนั้นปู่ของเขาแทบกินไม่ได้เป็นเดือน ๆ คอยรบเร้าให้หลานชายเลือกเข้าเรียนต่อที่คณะนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล แม้แต่อาจารย์ที่โรงเรียนของเขาก็พยายามโน้มน้าวให้เขาเลือกเรียนนิติฯจนวินาทีสุดท้าย ในสมัยนั้นถ้าได้เป็นผู้พิพากษาหรืออัยการสังคมจะถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ในชีวิต อย่างไรก็ตาม ลูกชายของมยองจาเลือกเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล และได้เข้าเรียนต่อในวิชาเอกที่เขาต้องการ(แต่ไม่ใช่นิติฯ) ตอนนั้นฉันก็คิดนะว่าเขาอาจจะทิ้งการเรียนไปเพราะหมกมุ่นกับกีตาร์(เลยไม่ยอมสอบเข้านิติที่โซลแด – ผู้แปล) ฉันรู้สึกผิดหวังในตัวเขานิดหน่อย แต่กลายเป็นว่าเป็นมยองจาที่คอยให้การสนับสนุนการตัดสินใจของลูกชายในช่วงเวลาที่ยากลำบากแบบนั้น ลูกชายของมยองจากลายมาเป็นนักแต่งเพลงที่โด่งดังตั้งแต่สมัยเรียน เขามีความสุขมาก และเขารู้สึกขอบคุณแม่ของเขาที่คอยสนับสนุนให้เขาเลือกทำในสิ่งที่ต้องการ ไม่ว่าจะเผชิญต่อความยากลำบากแค่ไหน ลูกชายของเพื่อนฉันคือซีอีโอบังชิฮยอก คนที่สร้างบีทีเอสขึ้นมา และมยองจาเพื่อนของฉันคือแม่ของซีอีโอบัง

ฉันกับมยองจาอยู่ระหว่างการท่องเที่ยวในภูมิภาคอินเดียใต้ ตอนที่บีทีเอสไปสร้างชื่อให้ประเทศของเราที่สหรัฐฯ และซีอีโอบังได้รับความสนใจจากสื่อจากการที่เขาได้รับรางวัลจากประธานาธิบดี ตลอดทริปนั้นข่าวดี ๆ ของบีทีเอสและซีอีโอบังถูกส่งมาถึงเรา 2 คน ทุกวัน ฉันดีใจมากที่ได้รับข่าวน่ายินดีเหล่านั้น ฉันภูมิใจและรู้สึกยินดีกับเขา ตอนนั้นฉันอยากจะป่าวประกาศข่าวดีนี้กับเพื่อนร่วมทริปทุกคน ขณะที่มยองจากลับยินดีกับเรื่องนี้อย่างเงียบ ๆ และถ่อมตัวตลอดการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนั้น ทั้งที่เธอคือมยองจา ไม่ทุกคนจะสามารถรู้สึกเป็นเกียรติที่มีลูกชายแบบนี้(Indeed she was Myung-Ja. No everyone can earn a glory to have a son like him.)

ตอนนี้เป็นฤดูของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ฉันได้ยินทั้งเสียงตะโกนก้องด้วยความยินดีกับเสียงถอนหายใจในทุก ๆ ที่ หลายคนยอมจ่ายให้หมอดูเพื่อขอคำแนะนำเรื่องอนาคตทางการศึกษาและเส้นทางอาชีพของลูก ๆ จนกว่าจะหมดฤดูสอบเข้านี้ พ่อแม่จำนวนมากต้องเป็นกังวลกับอนาคตของลูก ๆ อย่างไรก็ตาม (ฉันว่า)คำตอบมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าวิชาเอกที่ผู้เรียนสามารถที่จะมีความสุขกับมันได้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางในมหาวิทยาลัยและอาชีพ ฉันยืนยันเรื่องนี้ได้จากผลลัพธ์ของมยองจาเพื่อนของฉันที่เป็นคนสร้างบังชีฮยอกคนนี้

Be Sociable, Share!

Leave a Reply