[แปลบทสัมภาษณ์] BTS ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว

Reviewing BTS’ music: ‘BTS was not made in a day’
ดนตรีวิจารณ์: BTS ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว

แปลจาก: http://kpopherald.com/view.php?ud=201904112104419859201_2

กระแสความนิยมที่กำลังรุ่งพุ่งแรงของ BTS กลายมาเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมากมาย ทั้งในหนังสือ บทความ และการถกเถียงต่างๆ ว่าความลับที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงบอยแบนด์สัญชาติเกาหลีนี้คืออะไรกันแน่

หลายคนบอกว่ามันเป็นเพราะเพลงที่ดีกับการแสดงที่เจิดจรัสของพวกเขา ที่ไปด้วยกันกับสารที่คนเข้าถึงได้ บ้างก็บอกว่าเป็นเพราะพวกเขาสามารถใช้ประโยชน์จากสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และความภักดีของเหล่าแฟนคลับ บ้างก็บอกว่าเป็นเพราะทุกปัจจัยที่กล่าวมา

แต่สำหรับคุณคิมยองแด นักวิจารณ์ดนตรีผู้อาศัยอยู่ในเมืองซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา และเป็นผู้ที่คอยสังเกตการณ์ทั้งวัฒนธรรมป๊อปของสหรัฐ และวัฒนธรรมเคป๊อปอย่างใกล้ชิดมานานเกินกว่าทศวรรษนั้นมองว่าในการประเมินปัจจัยเบื้องหลังความสำเร็จของ BTS ที่ผ่านมานั้นยังมีบางสิ่งที่หายไป

“หลายคนมุ่งโฟกัสไปที่ผลสำเร็จที่ออกมาและสิ่งที่แสดงอยู่บนเปลือกนอก แต่ละเลยเส้นทางของ BTS ที่พาพวกเขามาอยู่ในจุดที่ยืนอยู่ปัจจุบันนี้” คุณคิมเล่าให้ Kpop Herald ฟัวในการสัมภาษณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “สถิติและยอดขายต่างๆ ของ BTS นั้นน่าประทับใจมาก แต่มันยังไม่ใช่ทั้งหมด BTS ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่ความสำเร็จของพวกเขาในวันนี้คือผลจากทุกๆ ย่างก้าวที่พาพวกเขามาจนถึงจุดนี้”

คุณคิมซึ่งเป็นนักเขียนให้เว็บไซต์ Vulture นิตยสาร New York Magazine และ MTV ได้ใช้ภาษาที่เขาถนัดที่สุดอย่างการวิจารณ์ดนตรีเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่ครบถ้วนเกี่ยวกับ BTS ในหนังสือเล่มล่าสุด “BTS — the Review: A Comprehensive Look at the Music of BTS” ซึ่งมีตีพิมพ์ทั้งในภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษ

“ประการแรกที่สำคัญคือ BTS นั้นเป็นนักดนตรี” เขากล่าว “ความน่าดึงดูดอย่างยิ่งยวดและสูตรลับสู่ความสำเร็จนั้นอยู่ในดนตรีและการแสดงของพวกเขา แต่มีน้อยคนที่ให้ความสนใจอย่างจริงจังหรือถกเถียงเชิงลึกเกี่ยวกับเพลงของ BTS พวกเขามองข้ามมันไปว่าเป็นแค่เพลงไอดอลธรรมดาๆ”

คุณคิมได้หยิบเอาเพลงแต่ละเพลงของ BTS ซึ่งมีอยู่มากมายรวมถึงเพลงที่ถูกปล่อยในรูปแบบมิกซ์เทปกลับมาทบทวนอย่างละเอียด เขายังได้สอดแทรกข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวง และความสำคัญที่วงมีต่ออุตสาหกรรมเคป๊อปลงไปอีกด้วย รวมถึงมีบทสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญในวงการเพลง เช่น คิมบงฮยอน นักข่าวสายฮิปฮอป Brother Su นักแต่งเพลงที่เคยทำงานรวมกับ BTS และ อิมฮยองจู นักร้องแนว Popera สมาชิกผู้มีสิทธิลงเสียงของเวทีแกรมมี่อะวอร์ด ฯลฯ

ด้วยความยาวกว่า 300 หน้า หนังสือที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลเล่มนี้เป็นเหมือนอัญมณีล้ำค่าทั้งสำหรับแฟนคลับและบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจเกี่ยวกับ BTS และเพลงของพวกเขา

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

Q: ทำไมคุณจึงตัดสินใจเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา?

A: ที่ผ่านมามีหลายคนพยายามอธิบายความสำเร็จและการเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกของ BTS แต่ผมพบว่าคำอธิบายเหล่านั้นยังไม่น่าพึงพอใจ เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วพวกเขามุ่งความสนใจไปที่ความสำเร็จที่เปลือกนอกพวกสถิติที่วงทำได้ เช่นการอธิบายว่านี่เป็นผลอย่างปกติที่มาจากกระแสความนิยมของเคป๊อป แต่กลับละเลยที่จะให้ความสนใจกับดนตรี สาร และสิ่งที่เป็นแก่นของ BTS ในฐานะนักวิจารณ์ดนตรีผมคิดว่าผมสามารถเจาะลึกลงไปที่เพลงแต่ละเพลงของ BTS วิจารณ์และสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่มีความหมายได้

Q: ทำไมที่ผ่านมาถึงไม่เคยมีการรวบรวมบทวิจารณ์เพลงทั้งหมดของ BTS มาก่อนเลย? คุณพบความยากลำบากอะไรในการเขียนวิจารณ์เพลงเหล่านี้?

A: นักวิจารณ์บางส่วนลังเลที่จะหยิบงานของ BTS ขึ้นมาวิจารณ์เพราะพวกเขามองว่าวงเป็นแค่นักร้องกลุ่มไอดอลเท่านั้น ขณะที่บางส่วนยังดูเบาความสำเร็จของ BTS ดังนั้นเรื่องที่ยากคือการต้องสู้กับอคติที่มีต่อการวิจารณ์เพลงของนักร้องไอดอล

สำหรับผมสิ่งที่ผมคิดว่ายากในการเขียนหนังสือเล่มนี้คือการหาจุดตรงกลางระหว่างแฟนคลับที่รู้จักเพลงทุกเพลงของ BTS ดีอยู่แล้วกับคนทั่วไป ผมอยากเขียนบทวิจารณ์ที่ไม่น่าเบื่อและให้ข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ สำหรับแฟนคลับ ขณะเดียวกันก็เป็นบทวิจารณ์เชิงลึกสำหรับผู้อ่านทั่วไป ให้เขาได้ทำความรู้จักกับเพลงของ BTS ด้วย

นอกจากนี้ผมยังต้องใช้เวลานานในการไล่ฟังเพลงทุกเพลงในทุกอัลบั้ม เพื่อที่จะเขียนบทวิจารณ์ผมจำเป็นต้องฟังเพลงแต่ละเพลงซ้ำไปซ้ำมา นั่นก็เป็นงานที่ค่อนข้างหนักทีเดียวครับ

Q: เป้าหมายของหนังสือเล่มนี้คือใคร?

A: เล่มนี้เป็นหนังสือสำหรับใครก็ตามที่สนใจเพลงของ BTS ครับ ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับที่อยากได้ข้อมูลใหม่ๆ หรือคนทั่วไปที่ไม่ได้คุ้นเคยกับเพลงและความน่าดึงดูดของ BTS

Q: คุณมองเพลงและสไตล์ของ BTS ว่าเป็นอย่างไร?

A: มันยากที่จะแปะป้ายว่าเพลงของ BTS เป็นยังไง แต่มันมีความงามที่น่าประทับใจมากๆ อยู่ในเพลงของพวกเขา ระหว่างที่ผมฟังเพลงของ BTS ผมรู้สึกถึงความสะเทือนอารมณ์ งดงาม และปลุกเร้าอยู่ในนั้น มันเป็นความรู้สึกที่ยากที่จะอธิบาย แต่มันก่อให้เกิดความรู้สึกเศร้า ความอาลัยอาวรณ์ แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้คุณรู้สึกถึงความหวังไปด้วยพร้อมๆ กัน

แต่เมื่อมองลึกลงไปที่เนื้อเพลง BTS ได้บอกเล่าอย่างจริงใจถึงสิ่งที่พวกเขาในฐานะศิลปินรุ่นใหม่รู้สึกอยู่ในตอนนี้ สารที่สื่อออกมาไม่ได้สั่นสะเทือนเพียงผู้ฟังที่เป็นวัยรุ่น แต่มันได้ก้าวข้ามข้อจำกัดทั้งเรื่องอายุ วัฒนธรรม ภาษา และเพศอีกด้วย

Q: คุณเริ่มติดตามผลงานของ BTS ตั้งแต่เมื่อไหร่?

A: ผมได้ยินชื่อ BTS มาจากคุณคิมบงฮยอนที่เป็นนักข่าวสายดนตรีฮิปฮอปมาตั้งแต่ก่อนที่วงจะเดบิวท์กับ Big Hit Entertainment ในปี 2014 ตอนนั้นผมอยู่ที่สหรัฐฯและเห็นชื่อของ BTS ในรายชื่อศิลปินที่จะเข้าร่วมใน KCON ปีนั้น ผมเลยสนใจและไปดูพวกเขาแสดง เมื่อได้ดูการแสดงของพวกเขาผมรู้สึกขึ้นมาเล็กๆ ว่าพวกเขาจะจุดประกายบางอย่างขึ้นมา ในคอนเสิร์ตครั้งนั้นมีวงไอดอลเข้าร่วมหลายวง แต่กับ BTS นั้นผมรู้สึกถึงความแตกต่างด้วยความแข็งแรงและสเน่ห์ที่มีแม้จะเป็นวงน้องใหม่ มันอธิบายได้ยากแต่ผมรู้สึกว่าวงนี้มีของ หลังจากนั้นผมเลยติดตามตัววงมาโดยตลอด

Q: คุณได้พบกับ BTS ที่งานบิลบอร์ด มิวสิค อะวอร์ด เมื่อปีที่แล้ว การพบกันครั้งนั้นเป็นยังไงบ้าง?

A: พวกเราพบกันแค่สั้นๆ เลยยังไม่ได้คุยอะไรกันมากครั่บ แต่มีอย่างนึงที่ผมประทับใจมากคือเหล่าสมาชิกของวงดูสงบและถ่อมตนมาก ถึงแม้พวกเขาจะยืนอยู่ในหนึ่งในสถานที่ที่ทรงเกียรติที่สุดก็ตาม ในระหว่างการพูดคุยพวกเขาสุภาพและจริงใจ รวมถึงแสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริงและมีความดิบ(เป็นธรรมชาติ)ด้วย ซึ่งเป็นความรู้สึกเดียวกันกับที่ผมได้รับเวลาฟังเพลงของพวกเขา

Q: ปีนี้ BTS ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบิลบอร์ดถึง 2 สาขา คุณคิดว่าจะเป็นอย่างไร และการเสนอชื่อนี้มีความสำคัญอย่างไร?

A: พูดตรงๆ ผมว่ามันยากมากที่จะคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เพราะที่ผ่านมา BTS ทำสถิติเพิ่มขึ้นมากและเร็วกว่าที่ผมเคยคาดคะเนไว้ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา BTS ชนะรางวัล Top Social Artist และปีนี้พวกเขามีชื่อเข้าชิงทั้ง Top Social Artist และ Top Duo/Group ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัลหลักในประเภทดนตรี นี่เป็นความดีความชอบของวงที่ไม่สามารถมองข้ามได้ BTS ไม่ได้ทำเพลงเป็นภาษาอังกฤษ แต่กลับเจาะเข้าไปในตลาดอย่างอเมริกา ที่เป็นที่รู้กันว่าเจาะได้ยากและค่อนข้างชิงชังเพลงที่ไม่ใช่เพลงภาษาอังกฤษ หากพิจารณาจากยอดขายและยอดสตรีมมิ่งที่แข็งแกร่งทั่วโลกของ BTS การได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในครั้งนี้ก็สมเหตุสมผลอยู่ครับ

Q: ในตอนแรก BTS เริ่มมาจากการเป็นไอดอลแนวฮิปฮอป ก่อนที่จะมีการแตกแขนงทางดนตรีออกไปแนวอื่นๆ รวมถึงป๊อปและอาร์แอนด์บี ปัจจัยอะไรที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้? และมันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นหรือไม่?

A: ในตอนนั้นไอดอลแนวฮิปฮอปเป็นรูปแบบใหม่ของวงไอดอล หมายความว่า BTS ได้ลองนำเสนอด้วยคอนเซปท์ที่ใหม่(ในตลาดขณะนั้น) นี่เป็นการเลือกโดยธรรมชาติ เพราะตัววงเองก็มีรากฐานมาจากความเป็นฮิปฮอปและพวกเขาก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ หลังจากนั้น BTS ได้เริ่มสำรวจและผสมส่วนผสมใหม่ๆ ลงไปในเพลงของพวกเขา เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ฟังที่ใหญ่ขึ้นด้วยเพลงที่ไปด้วยกันกับเทรนด์ดนตรีและความต้องการของผู้ฟัง

การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อตัววงเติบโตขึ้นและมีอิทธิพลมากขึ้น แต่ที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมากๆ

Q: โดยธรรมชาติแล้ว ความเป็นฮิปฮอปและเพลงแบบไอดอลเป็นสองสิ่งที่แตกต่างกันมาก คุณมองว่า BTS ประสบความสำเร็จในการผนวกรวมสองแนวเพลงที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงหรือไม่?

A: ผมเองก็คิดว่าฮิปฮอปกับเพลงแบบไอดอลนั้นเป็นสองขั้วที่อยู่ตรงข้ามกันโดยธรรมชาติ ไอดอลเคป๊อปจะถูกสร้างโดยค่ายของพวกเขา ขณะที่ฮิปฮอปจะเน้นย้ำเรื่องความจริงแท้และการเป็นในสิ่งที่ตัวเองเป็น ทั้งสองแนวนี้เกิดมาเป็นคู่ขัดแย้งกัน แต่ BTS พวกเขายอมรับในพลวัตแห่งความขัดแย้งนี้

ผมว่าเนื้อเพลง IDOL บอกเล่าถึงสิ่งที่พวกเขารู้สึกอยู่ “จะเรียกผมว่าศิลปิน หรือจะเรียกผมว่าไอดอล เรียกอะไรก็เรียกไปเถอะ ผมไม่สนใจหรอก ผมภูมิใจกับสิ่งที่เป็น ผมเป็นอิสระ เพราะผมเป็นตัวผมอยู่ตลอดเวลา” จากมุมของอุตสาหกรรมดนตรี BTS เป็นวงไอดอลเคป๊อป แต่เพลงของพวกเขามีอัตลักษณ์แบบฮิปฮอป หลายคน(ที่อยู่ระหว่างสองแนวนี้)อาจตัดพ้อเรื่องความเป็นคู่ตรงข้ามของมัน แต่กับ BTS พวกเขายอมรับมัน พวกเขาไม่พยายามทำตัวว่าตัวเองไม่ใช่วงไอดอล ตรงกันข้ามพวกเขาทำงานอย่างหนักเพื่อทำลายภาพจำแบบเหมารวมเกี่ยวกับไอดอลเคป๊อป

Q: หลังจากนี้ BTS จะเป็นยังไงต่อ?

A: มันคาดเดายากนะครับ เพราะ BTS ทำลายสถิติต่างๆ เร็วมาก พวกเขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลที่แกรมมี่และได้เป็นผู้เชิญรางวัล ผมเชื่อว่าหลังจากนี้ BTS จะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในสาขาหลักและจะชนะรางวัลอาจจะในปีหน้านี้ และผมจะไม่แปลกใจหากปีนี้พวกเขาได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลที่อเมริกันมิวสิคอะวอร์ดหลังจากที่พวกเขาทำได้ที่บิลบอร์ด พวกเขาจะยังได้รับข่าวดีต่อไปเรื่อยๆ

สำหรับเรื่องชาร์ทเพลง ผมคิดว่า BTS จะสามารถทำลายสถิติตัวเองได้อีกครั้ง เพราะผมเชื่อว่าฐานแฟนคลับของวงนั้นขยายใหญ่ขึ้นและแน่นขึ้นจากเวิลด์ทัวร์ที่ผ่านมา ผมเชื่อว่า BTS จะได้รับการยอมรับที่มากขึ้นมากๆ ในอัลบั้มนี้

Q: BTS จะขึ้นเวทีคัมแบ็คที่รายการ Saturday Night Live คิดว่าทำไมวงถึงเลือกรายการนี้?

A: ตั้งแต่ปี 2017 BTS กลายมาเป็นกระแสในสหรัฐฯ ซึ่งต้องขอบคุณความรักและความแข็งขันของเหล่า ARMY เมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากรในสหรัฐฯแล้ว แฟนคลับเหล่านี้อาจจะมีจำนวนน้อยแต่พวกเขาก็มีพลังมาก ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่ BTS ต้องทำคือลองดูว่าพวกเขาจะสามารถเจาะกลุ่มสาธารณะชนอเมริกันในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยกับเคป๊อปได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นรายการ “Saturday Night Live” ซึ่งเป็นรายการที่มีคนชอบและได้รับความนิยมมากในสหรัฐฯจึงเป็นเวทีในระดับชาติที่ยอดเยี่ยมสำหรับตัววงที่จะเริ่มเข้าไปทำความรู้จักกับกลุ่มผู้ฟังที่กว้างขึ้น แต่โดยปกติการได้เข้าร่วมในรายการ SNL ไม่ใช่เรื่องง่ายนักเพราะทางรายการจะเชิญเฉพาะศิลปินที่เป็นที่นิยมที่สุดในช่วงนั้น

Q: คุณคิดว่าความสำเร็จของ BTS นั้นถือว่าเป็นข้อยกเว้น(พิเศษสำหรับกรณีของ BTS) หรือเป็นผลมาจากการพัฒนาของอุตสาหกรรมดนตรีแนวเคป๊อปทั้งวงการ

A: ความสำเร็จของ BTS เป็นข้อยกเว้นเฉพาะตัวของวง แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาเป็นวงเคป๊อปก็ไม่ได้เปลี่ยนไป ความสำเร็จของพวกเขาทำให้แวดวงเคป๊อปกลับมามีชีวิตชีวา และตอนนี้ก็เป็นที่แน่ชัดว่า BTS เป็นผู้ชักนำวงการอยู่ในขณะนี้ แต่ถ้าจะพูดว่าความสำเร็จของเคป๊อปมาจากการประสบความสำเร็จของ BTS ก็ดูเป็นการพูดอย่างกว้างๆ เกินไป

Q: หลายคนมองว่าความสำเร็จของ BTS นั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะ “ตัวตนที่จริงแท้” ของวง ตัวตนที่จริงแท้นี้ถูกพัฒนาได้อย่างไร?

A: มันยากที่จะตัดสินว่าตัวตนที่จริงแท้ของศิลปินเป็นอย่างไร เพราะแก่นของมันอยู่ที่ “สิ่งที่คุณเป็น” ซึ่งถ้าไม่ได้รู้จักตัวตนกันจริงๆ มันก็ยากที่จะบอกได้(ว่าตัวตนจริงๆ เป็นอย่างไร) แต่ที่สำคัญคือผู้ฟังจะต้องสัมผัสได้ถึงตัวตนและความจริงใจของศิลปิน ที่ถูกส่งผ่านมาทางบทเพลงของพวกเขา

BTS สามารถนำเสนอความรู้สึกถึงตัวตนที่จริงแท้ของพวกเขา เพราะการแสดงออกของเหล่าสมาชิกทั้งบนเวที ในการออกอากาศ ในโซเชียลมีเดียของวง และในการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน มันสอดคล้องและคงเส้นคงวาเสมอ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถถูกสร้างหรือกำหนดขึ้นมาได้ เพราะถ้ามันเฟคคนก็จะดูออก

ในแง่นี้คุณบังชิฮยอกก็ทำได้ดีมาก เขาไม่ได้สร้างตัวตนของ BTS ขึ้นมา แต่เขาสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้สมาชิกของวงสามารถแสดงออกและพัฒนาตัวตนของพวกเขาขึ้นมาได้ ผมคิดว่าค่ายอื่นๆ สามารถนำกลยุทธ์นี้ไปปรับใช้ได้

Q: คุณคิดว่าความเชี่ยวชาญที่เป็นความลับของคุณบังชิฮยอกในฐานะผู้ปลุกปั้น BTS คืออะไร

A: จากผลงานของคุณบังชิฮยอกในอดีตสมัยที่ยังทำงานกับ JYP อยู่ ก็เป็นที่รู้กันว่าเขาเป็นนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ที่เยี่ยมยอด เมื่อพูดถึงวิธีการทำเพลงของเขา ผมรู้สึกว่าเขาทำงานร่วมมือเป็นอย่างดีกับโปรดิวเซอร์คนอื่นๆ เช่น Pdogg Slow Rabbit Supreme Boi รวมถึงสมาชิกวง BTS ด้วย และแทนที่เข้าดันวิสัยทัศน์และความคิดของตัวเองตลอดเวลา สิ่งที่พวกเขาทำคือถกเถียงร่วมกันแล้วตกผลึกออกมาว่า BTS ควรทำหรือร้องเพลงอย่างไร

Q: เมื่อนำเอาปัจจัยเบื้องหลังความสำเร็จของ BTS มารวมกันแล้ว เราจะสามารถสร้างซูเปอร์สตาร์กลุ่มใหม่ในอนาคตตามแนวทางนี้ได้หรือไม่?

A: ในประวัติศาสตร์ดนตรีป๊อปไม่เคยมีวงเลียนแบบที่กลายมาเป็นซุเปอร์สตาร์ที่เทียบชั้นกับวงต้นแบบได้ เมื่อนึกถึงดาวดังอย่างเอลวิส เพรสลีย์ ไมเคิล แจ๊คสัน หรือ เดอะ บีเทิ่ลส์ ผมเชื่อว่าพวกเขามีสูตรแห่งความสำเร็จอยู่เบื้องหลังชื่อเสียงของพวกเขา แต่สูตรพวกนั้นไม่เคยสร้างวงเลียนแบบให้โด่งดังขึ้นมาได้ ดนตรีมันไม่ง่ายขนาดนั้น แต่ที่ผมคิดว่าสำคัญคือศิลปินวงอื่นๆ สามารถเดินตามย่างก้าวที่คล้ายกันกับวงที่ประสบความสำเร็จนี้ได้

จะมีวงที่ประสบความสำเร็จคล้ายกับ BTS อีกหรือเปล่า? ผมไม่คิดว่าจะมีนะ เพราะดนตรีมีชีวิตและลมหายใจของมันเอง มันไม่สามารถที่จะทำซ้ำได้ แต่วงอื่นๆ สามารถเรียนรู้จากสูตรแห่งความสำเร็จของ BTS ในเรื่องตัวตนและดนตรีที่เข้าถึงผู้คนได้ และสามารถเป็นวงที่มีคุณค่าขึ้นมาในแบบฉบับของตัวเองได้

Q: คุณคิดยังไงกับวง TXT ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนที่แล้วภายใต้สังกัด Big Hit Ent.

A: TXT มาจากค่ายเดียวกันกับ BTS ก็จริง แต่พวกเขาเป็นวงที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง พวกเขาเพิ่งปล่อยผลงานออกมาได้แค่อัลบั้มเดียว ดังนั้นมันยังบอกได้ยากว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เพลงของพวกเขามีความเป็นป๊อปมากกว่า และมีความเป็นฮิปฮอปน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ BTS พวกเขายังเด็กมาก สิ่งสำคัญในตอนนี้คือการพัฒนาสไตล์ดนตรีของตัวเองเพื่อสร้างพื้นที่ของตัวเองและไปให้ไกลกว่าการเป็นวงน้องชายของ BTS

Q: ถ้าให้เลือกเพลงของ BTS ที่เป็นเพลงโปรด จะเลือกเพลงไหน?

A: นี่ยากจังครับ แต่ถ้าให้เลือกเพลงที่มีความหมายกับตัวผม ผมขอเลือก Young Forever ครับ ผมชอบเพลงนี้เป็นการส่วนตัว และในฐานะของนักวิจารณ์ดนตรีผมคิดว่าเพลงนี้เป็นเพลงแบบที่มีแต่ BTS เท่านั้นที่ทำได้ ตัวเพลงนั้รเปิดเปลือยประสบการณ์ทางอารมณ์ของตัวศิลปิน เช่น การดิ้นรน ความโดดเดี่ยว ความรักที่มีต่อแฟนๆ และเรื่องราวแห่งวัยเยาว์

แม้จะมองจากมุมมองของคนที่สูงวัยกว่าอย่างผม แต่เพลงนี้ก็ยังคงสร้างความรู้สึกสั่นสะเทือนได้ เพราะถึงแม้พวกเราจะอายุมากแล้วแต่ยังคงมีบางเวลาที่ในหัวใจเรารู้สึกเหมือนยังเป็นคนหนุ่มสาว เป็นความรู้สึกที่ซาบซึ่งประทับใจ คำว่าคนหนุ่มสาวในที่นี้ไม่ได้หมายความเฉพาะเรื่องอายุ แต่หมายถึงใครก็ตามที่ยังคงมีความฝัน ซึ่งผมว่านี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เพลงฟังแล้วรู้สึกถึงความหวังไปในเวลาเดียวกัน

Q: คุณคิดว่าตัวเองเป็นแฟนคลับของ BTS รึเปล่า?

A: มีหลายคนเลยที่สงสัยว่าผมเป็นแฟนของวงรึเปล่า ในฐานะนักวิจารณ์ผมพยายามที่จะไม่เป็นแฟนของวงใดวงหนึ่ง แต่ในการเขียนบทวิจารณ์เพลงของไอดอล มันเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องฟังเพลงจากมุมมองของแฟนคลับ เพราะตัวเพลงจะไม่สามารถอธิบายได้อย่างครบถ้วนหากละเลยบริบทนี้ไป ดังนั้นเมื่อฟังเพลงของ BTS มันจึงสำคัญที่ผมต้องฟังในฐานะนักวิจารณ์ และสำคัญยิ่งกว่าที่ต้องรู้ว่าในฐานะสมาชิกของแฟนด้อม เพลงนี้ให้ความรู้สึกอย่างไน ผมก็เลยพยายามอยู่ทั้งในฐานะของแฟนและนักวิจารณ์ครับ

Q: มีอะไรที่เป็นสิ่งพิเศษในความสัมพันธ์ระหว่าง BTS และ ARMY?

A: ความสัมพันธ์ระหว่าง BTS และ ARMY เป็นเรื่องที่พิเศษมาก ปรากฏการณ์ BTS ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงตัววงและต้นสังกัดทำผลงานได้ดีเท่านั้น แต่ตัวแฟนคลับเองก็มีบทบาทสำคัญด้วยเช่นกัน การขับเคลื่อนของแฟนคลับนี้เป็นการขับเคลื่อนจากฐานราก เป็นการขับเคลื่อนแบบล่างขึ้นบน ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนที่ BTS ยังไม่โด่งดัง และมันช่วยผลักดันให้ตัววงโดดเด่นขึ้นมา ความปราถนานี้มีลักษณะเฉพาะตัวและไม่เคยมีมาก่อน

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

ติดตาม BTS:THE REVIEW ได้ที่ https://twitter.com/review_bts

Be Sociable, Share!

Leave a Reply