[แปล]BIG HIT CORPORATE BRIEFING with the Community(3) – Steve Seo

✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣

สตีฟ ซอ

อรุณสวัสดิ์ครับ ผมสตีฟ ซอ ซีอีโอจาก beNX น่าจะเป็นเมื่อฤดูหนาวที่แล้วที่คุณบังชีฮยอกเข้ามาคุยกับผม คุณบังชีฮยอกบอกว่า “พวกเรามีแผนที่จะสำรวจอวกาศ คุณช่วยสร้างยานอวกาศให้พวกเราสักลำสิ” ตลาดนั้นพร้อมอยู่แล้ว ยุทธศาสตร์ก็ตั้งไว้อยู่แล้ว แต่มันยังขาด “เครื่องมือ” ที่ทำให้แผนที่วางไว้พุ่งทะยานออกไป คุณบังชีฮยอกคุยกับผมถึงการก่อตั้งบริษัทที่สามารถสร้างจรวดสุดสร้างสรรค์ บริษัทที่จุดติดและเติบโตขึ้นมาได้ ในช่วงปีที่ผ่านมา พวกเราที่ beNX ได้ทุ่มเทเพื่อเข็นยานลำที่ว่าออกมาให้ได้ จรวดแบบไหนกันที่เราสามารถสร้างเพื่อที่จะสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ให้กับแฟนๆที่เป็นลูกค้าของพวกเรา? เราวาง “ประสบการณ์ของแฟนๆ” เป็นด่านหน้าของการสำรวจนี้ เราทดลองและปรับปรุงมันอย่างต่อเนื่อง และจากกระบวนการเหล่านี้ทำให้เราสามารถเปิดตัว Weverse ได้ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ปัจจุบันกลุ่มแฟนคลับและแฟนไซต์ต่างๆ ใช้แพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทไอทีชื่อดังเพื่อเผยแพร่คอนเทนท์ของพวกเขา ในทางกลับกัน Weverse นั้นเป็นบริการแพลตฟอร์มที่พัฒนาโดยบริษัทที่ให้ความสนใจอย่างที่สุดเกี่ยวกับศิลปินและแฟนคลับ แพลตฟอร์มนี้ตั้งต้นออกแบบด้วยแนวคิดที่ยึดเอาศิลปินและแฟนคลับเป็นศูนย์กลาง ผ่านอุปกรณ์หลากหลายที่ทำให้พวกเขาสามารถสื่อสารกันได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นสำหรับศิลปินที่เป็นฟังก์ชั่นเฉพาะของ Weverse อีกด้วย สิ่งที่เราคำนึงถึงเป็นอย่างมากตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ UX Design[1]* ก็คือจะทำอย่างไรให้ศิลปินได้รู้สึกว่าเขากำลังพูดคุยสื่อสารกับแฟนๆ อยู่จริงๆ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อ RM เปิดแอปพลิเคชันขึ้นมาจะมีข้อความขึ้นเตือนว่า “แฟนๆ กำลังรอคุณอยู่” อย่างที่คุณเห็นอยู่ตรงนี้ Weverse ไม่ใช่แฟนคาเฟ่ที่ “จัดการ” โดยค่ายเพลง แต่เป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างแฟนๆ และศิลปินที่มีบริษัทคอย “ให้การสนับสนุน” อยู่

ผ่านมาสองเดือนแล้วนับตั้งแต่เราเปิดตัว Weverse และมันก็พิสูจน์ให้เราเห็นว่าบริการที่พัฒนาขึ้นมาด้วยหลักการที่ยึดเอา “แฟนๆ และศิลปิน” เป็นหัวใจหลักนั้นเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้และเติบโตอย่างมีศักยภาพ ลองดูกันที่ตัวเลขจำนวนสมาชิกกันนะครับ กว่า 6 ปีที่ผ่านมา แฟนคาเฟ่ของ BTS มียอดสมาชิกสะสม 1.5 ล้านราย ขณะที่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีแฟนๆ มากกว่า 2 ล้านรายที่สมัครเข้าใช้บริการ Weverse แพลตฟอร์มใหม่นี้ก้าวข้ามข้อจำกัดของแฟนคาเฟ่แบบเดิมๆ และดึงดูดแฟนๆ จากทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันนี้มีผู้ใช้งานมากกว่า 8 แสนคน จาก 229 ประเทศทั่วโลก ที่ล็อกอินเข้าใช้งาน Weverse ในแต่ละวัน 

การเติบโตของ Weverse ในอนาคตไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกับศิลปินจากบิ๊กฮิตและค่ายเพลงในเครือเพียงเท่านั้น เราคาดหวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้ศิลปินท่านอื่นๆ จากบริษัทอื่นที่มีวิสัยทัศน์และหลักปรัชญาการดำเนินงานเช่นเดียวกันกับเราจะเข้ามาร่วมในแพลตฟอร์มนี้ด้วยกัน นอกจากนี้ Weverse ยังวางแผนออกบริการเพิ่มเติมอีกหลายบริการ เพื่อสนับสนุนการสื่อสารระหว่างแฟนคลับและศิลปินอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ต่อไป “อาร์มี่บอมบ์” แท่งไฟประจำวง BTS จะเป็นมากกว่าอุปกรณ์เชียร์ในระหว่างการดูคอนเสิร์ต หากผู้ใช้เชื่อมต่อแท่งไฟที่ตนเองมีเข้ากับ Weverse ระบบจะสามารถสั่งการให้แท่งไฟส่องแสงกระพริบตามจังหวะการฟังเพลงได้ แบบเดียวกับที่แท่งไฟถูกควบคุมการกระพริบในงานคอนเสิร์ต เช่นนี้แฟนๆจากทั่วโลกจะสามารถเชื่อมต่อถึงกันด้วยวิธีการใหม่ๆ ได้

พวกเรายังมีแผนที่จะขยายการบริการของ Weverse ให้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการสื่อสารอย่างเต็มรูปแบบ เราจะนำเสนอคอนเทนท์หลากหลาย ทั้งคอนเทนท์ที่ฟรี, เสียเงิน, และคอนเทนท์พิเศษผ่านทางแพลตฟอร์มนี้ นวัตกรรมเหล่านี้จะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับ Weverse จากแพลตฟอร์มตัวกลางกระจายข่าวสารไปเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการสื่อสารที่จะเป็นตัวช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและแฟนคลับ ท้ายที่สุดสิ่งเหล่านี้จะมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับแฟนๆ และสร้างคุณค่าใหม่สำหรับการสื่อสารระหว่างแฟนๆ และศิลปิน  

เรื่องต่อไปที่ผมอยากจะกล่าวถึงก็คือ Weply อีกหนึ่งเสาหลักของนวัตกรรมที่ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานให้กับลูกค้าของเรา ถ้าให้สรุปอย่างสั้นๆ Weverse เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างชุมชน ส่วน Weply ก็คือแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขาย ทั้ง Weverse และ Weply นั้นเชื่อมต่อเข้าด้วยกันด้วยการใช้รหัสสมาชิกเดียวกันทั้ง 2 เว็บ ซึ่งต่อไปจะมีบริการต่างๆ ออกมาให้เลือกใช้อีกมากมายในอนาคต

ในฐานะของแพลตฟอร์มที่ให้บริการซื้อขาย พวกเราพัฒนา Weply ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้ลูกค้าทุกคนได้เข้าถึงบริการเดียวกันในราคาที่ไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะสั่งซื้อมาจากที่ใดบนโลกก็ตาม สำหรับแฟนๆ แล้ว พวกเขาอยากสัมผัสและมีประสบการณ์ในทุกกิจกรรมที่เกี่ยวกับศิลปิน ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออัลบั้ม, ซื้อสินค้าที่ระลึก, ชมการแสดง, เข้าร่วมแฟนมีทติ้ง ฯลฯ แต่เพื่อที่จะซื้อสินค้าหรือเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดนี้ ที่ผ่านมาแฟนๆ จะต้องใช้บริการจากเว็บไซต์ต่างๆ กันไป ซึ่งมันเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับแฟนที่จะต้องมานั่งคิดว่าจะซื้อของชิ้นนี้ต้องไปซื้อที่เว็บไหน? ราคารวมส่งแล้วเท่าไหร่? และของที่พรี-ออร์เดอร์ไว้จะเริ่มส่งเมื่อไหร่กัน? ฯลฯ

จากข้อมูลที่มีเราพบว่ามีลูกค้าจาก 142 ประเทศที่เคยใช้บริการเว็บไซต์บิ๊กฮิตช็อปซึ่งเป็นบริการขายสินค้าดั้งเดิมของเราก่อนที่จะมี Weply สำหรับแฟนต่างชาติจำนวนมาก การสั่งซื้อสินค้าของ BTS นั้นเป็นเรื่องยุ่งยาก จนบ่อยครั้งมันจบลงที่ของที่เขาต้องการจะสั่งมันกลายเป็นของ “Limited Edition” สำหรับพวกเขา ไม่ใช่แค่เรื่องความเร็วของอินเตอร์เน็ตที่เร็ว-ช้าแตกต่างกัน แต่ค่าบริการจัดส่งสินค้าที่สูงก็ทำให้แฟนเหล่านั้นรู้สึกลังเลที่จะสั่ง Weply จึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อทำลายข้อจำกัดและแก้ปัญหายุ่งยากเหล่านี้

หลังจากที่เราเริ่มเปิดให้บริการ Weply ยอดสั่งซื้อจากต่างชาติที่มีเข้ามาก็พุ่งขึ้นเป็น 48.6% จากที่แต่เดิมมียอดสั่งซื้ออยู่ที่ 20% นี่แสดงให้เห็นว่า Weply ทำให้การจับจ่ายของแฟนต่างชาติเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ในท้ายที่สุด Weply จะสามารถจัดส่งสินค้าไปยังปลายทางทุกที่บนโลกนี้, เราจะลดค่าจัดส่งสินค้าในตลาดใหญ่ๆ ลง, เรากำลังสร้างระบบจัดส่งสินค้าของเราเองในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา, และเราจะนำระบบฐานข้อมูลมาใช้เพื่อทำการพยากรณ์สินค้า[2] เพื่อสร้างประสิทธิภาพด้านราคาต้นทุนให้มากที่สุด เรายังมีแผนในการให้สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกผ่านการใช้งาน Weply ด้วย โดยสมาชิกจะสามารถสั่งซื้อสินค้า  Limited Edition ไม่ต้องแย่งกับใคร, สั่งได้ก่อนคนอื่น, และสั่งได้ในราคาที่ดีที่สุด

สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกนี้จะไม่จำกัดอยู่เฉพาะออนไลน์ แต่ยังขยายรวมไปถึงการซื้อสินค้าจากหน้าร้านออฟไลน์อีกด้วย ผมพูดได้เลยว่าในอีกไม่นานทุกสิ่งที่ลูกค้าของเราต้องการนั้นจะเป็นไปได้ผ่าน “แพลตฟอร์มธุรกิจดนตรีแบบ one-stop service” อย่าง Weverse และ Weply บริการที่สะดวกสบายของทั้ง 2 แพลตฟอร์มนี้จะมีบทบาทในการชมคอนเสิร์ตด้วย ในปัจจุบันเวลาที่แฟนๆ จะไปดูคอนเสิร์ตนั้น พวกเขาจะต้องซื้อตั๋วและสินค้าที่ระลึกจากเว็บไซต์ที่ต่างกัน ต้องสร้างไอดีใหม่สำหรับแต่ละที่ ต้องตรวจเช็คและต่อคิวที่ยาวอย่างไม่รู้จบ

แต่อีกไม่นานขั้นตอนเหล่านี้จะเปลี่ยนไป แฟนๆ จะสามารถใช้งาน Weverse และ Weply ในทุกๆ ขั้นตอนตั้งแต่การซื้อตั๋วจนถึงการยืนยันตัวตน, การเข้าร่วมอีเวนท์พิเศษ, และการซื้อสินค้าที่ระลึก เรายังมีแผนที่จะเพิ่มพื้นที่สำหรับพักผ่อนก่อนเข้าชมการแสดง, คูปอง, ของรางวัล, และอื่นๆ เพื่อเป็นสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกที่บริเวณหน้าสถานที่จัดงานอีกด้วย

นอกจากนี้ ด้วยการเชื่อมต่อกับบริการต่างๆ ต่อไปแฟนๆ จะสามารถเลือกและซื้อได้ทั้งตั๋วเข้าชมการแสดง, จองที่พัก, และจองตั๋วรถโดยสารหรือยานพาหนะในเมืองที่จัดงานได้จากทั้ง 2 แอปพลิเคชันนี้ พวกเราจะทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรที่หลากหลายเพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจแบบใหม่ขึ้น เราจะเริ่มทยอยเปิดตัวบริการที่หลากหลายนี้ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีนี้เป็นต้นไป ทุกท่านสามารถเฝ้ารอประสบการณ์แปลกใหม่และไม่ซ้ำใครได้เลย

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ท้ายที่สุดจะทำให้เห็นภาพของวิสัยทัศน์ของบิ๊กฮิตเกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรมให้อุตสาหกรรมเพลง ซึ่งก็คือการการนำนวัตกรรมแพลตฟอร์มเข้ามาทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์จากการใช้งานที่ดียิ่งขึ้นไป พวกเราจะทำงานอย่างหนักเพื่อที่ Weply และ Weverse จะสามารถส่งมอบประสบการณ์ในระดับยอดเยี่ยมได้ตามที่เราวางเป้าหมายไว้ในค่านิยมหลักในการดำเนินงานของเรา ขอบคุณทุกท่าน และตอนนี้ผมขอเชิญคุณบังชีฮยอก กลับขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ

✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣

[1] User Experience Design การออกแบบลักษณะการใช้งานเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน อ่านเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/2Y53Trj

[2] Demand Forecasting https://www.logisticafe.com/2010/05/demand-forecasting/

✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣✣

ตอนที่ [1] [2] [4]

Be Sociable, Share!

Leave a Reply