UPR Report vs. Reality (1)

ข่าวจาก http://www.prachatai3.info/journal/2011/06/35720

ส่งผู้ต้องขังเสื้อแดงอุบลเข้าไอซียู

จองจำแม้เจ็บป่วย – แม้นายคำพลอย นะมี ผู้ต้องขังคดีการเมืองเสื้อแดงวัย 60 ปี จะป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์ครึ่งซีกจะนอนหมดเรี่ยวแรง แต่นายณัฐพงษ์ (ไม่ทราบนามสกุล) เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางอุบลราชธานีก็ยังตรึงขาข้างซ้ายที่ไร้เรี่ยวแรงของเขาไว้ด้วยโซ่อย่างแน่นหนากับเตียง แม้ภรรยาของผู้ป่วยจะร้องขอให้หย่อนโซ่ลงบ้างแต่ก็ไม่เป็นผล

คำพลอย นะมี ผู้ต้องขังคดีการเมืองเสื้อแดงอุบลราชธานี ถูกส่งตัวเข้ารักษาในห้องไอซียู ร.พ.สรรพสิทธิประสงค์ หลังพบอาการสมองบวมและมีเลือดออกในสมอง ภรรยาหมดคำพูด รอลุ้นศาลพิจารณาประกันตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ 27 มิถุนายน 2554 นายคำพลอย นะมี หนึ่งใน 21 ผู้ต้องขังคดีการเมืองเสื้อแดงอุบลราชธานี ได้ถูกส่งตัวเข้ารักษาด่วนที่ห้องไอซียู ชั้น 4 อาคารวิชิต โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ หลังจากวันนี้แพทย์ได้เอกซเรย์ศีรษะแล้วพบว่า ผู้ป่วยวัย 60 ปีมีอาการสมองบวมและมีเลือดออกในสมอง

ก่อนหน้าที่จะถูกส่งเข้าห้องไอซียูนั้น นายคำพลอย ถูกควบคุมตัวออกมาจากเรือนจำกลางอุบลราชธานีเพื่อมารักษาตัวที่ห้องอายุรกรรมชาย เตียง 23 ชั้น 3 ตึก 3 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2554 โดยเขามีอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะรุนแรง รับประทานอาหารไม่ได้   ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าตลอดเวลา 1 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น นายคำพลอยถูกพันธนาการด้วยโซ่ที่ข้อเท้าซ้ายซึ่งเคยมีอาการอัมพฤกษ์ครึ่งซีกอย่างหนาแน่น โดยที่นายณัฐพงษ์ (ไม่ทราบนามสกุล) ผู้คุมจากเรือนจำกลางอุบลราชธานีไม่ได้สนใจฟังคำร้องขอจากนางปรารถนา นะมี ภรรยาของผู้ป่วยว่า อย่าล็อกโซ่ให้ตึงนัก เพราะเมื่อต้องเปลี่ยนชุดตอนขับถ่ายปัสสาวะ หรืออุจจาระลำบาก แต่คำขอของนางถูกปฏิเสธ

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด นายคำพลอยถูกส่งตัวเข้าดูอาการที่ห้องไอซียู โดยเขาไม่สามารถลุกนั่งได้และมีอาการปวดหัวตลอดเวลา ซึ่งญาติของผู้ป่วยกล่าวว่า หากนายสันติ สงห้อง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดอุบลราชธานีเมตตาให้ประกันตัวเพื่อออกไปรักษาตัวอย่างเหมาะสมเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา อาการของนายคำพลอยจะไม่เป็นอย่างนี้

นางปรารถนา นะมี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตลอดเวลาหนึ่งปีที่นายคำพลอยถูกควบคุมตัวที่เรือนจำกลางอุบลราชธานีและไม่ได้ประกันตัวนั้นได้ส่งผลกระทบต่อครอบครัวอย่างยิ่งทั้งทางเศรษฐกิจ ด้านจิตใจ และเมื่อถึงตอนนี้ การไต่สวนคดีเสร็จสิ้นแล้วสามีของตนกลับกลายเป็นผู้ป่วยที่ไม่รับรู้ความเป็นไปรอบตัวได้มันยิ่งทำให้ตนเองไม่มีคำพูดถึงกระบวนการยุติธรรม

สำหรับการไต่สวนประกอบการของปล่อยตัวชั่วคราวกรณีนายคำพลอย นะมีที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2554 นี้ ทางนายวัฒนา จันทศิลป์ ทนายจำเลยจะได้เบิกตัวแทนพยาบาลจากเรือนจำกลางอุบลราชธานี ตัวแทนแพทย์จากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์และตัวแทนผู้ต้องขังคดีเสื้อแดงที่ทำหน้าที่ดูแลนายคำพลอยที่เริ่มมีอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2554 ขึ้นไต่สวนประกอบคำร้อง

ส่วนนี่คือข้อความจากรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประเทศไทย ที่รัฐบาลไทยต้องเสนอต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อเข้ากระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิฯ ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

37. เกี่ยวกับการใช้เครื่องพันธนาการในระบบราชทัณฑ์นั้น กฎหมายห้ามมิให้ใช้เครื่องพันธนาการกับผู้ต้องขังเว้นแต่เป็นบุคคลที่น่าจะทำอันตรายต่อชีวิต หรือร่างกายของตนเองหรือของผู้อื่น และเป็นบุคคลที่น่าจะพยายามหลบหนีการควบคุม โดยจะมีคณะกรรมการทบทวนคำสั่งการใช้เครื่องพันธนาการกับผู้ต้องขังและประเมินสถานการณ์ทุกๆ 15 วัน นอกจากนี้ กฎหมายยังห้ามมิให้ใช้เครื่องพันธนาการเพื่อเป็นการลงโทษ รวมทั้งห้ามใช้กับผู้ต้องขังที่มีอายุเกิน 60 ปีและ ผู้ต้องขังหญิง นอกจากนี้ ในส่วนของสภาพเรือนจำ สถานที่คุมขัง และสถานที่กักตัวนั้น ประเทศไทยได้ดำเนินการปรับปรุงสภาพของสถานที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับหลักทัณฑวิทยา หลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชน

(ที่มา http://www.mfa.go.th/humanrights/ และ http://www.mfa.go.th/humanrights/images/stories/_UPR_final.pdf)

อ่านประกอบกันแล้ว อืมมม เขียนให้สวยหรูน่ะเขียนได้ค่ะ แต่…รัฐบาลอย่าลืมว่าไ่ม่ได้มีแค่รายงานของรัฐบาลนะคะที่ส่งไป เตรียมคำตอบสวยๆ ไว้ด้วยแล้วกันนะคะ

Be Sociable, Share!

Leave a Reply