เล็กๆ น้อยๆ กับการลงพื้นที่ เชียงใหม่ – อุดร – ราชบุรี

หายไปนานจนจะลืมไปแล้วว่ามีที่ให้เขียนที่นี่อยู่ ฮ่ะๆๆๆ
(ต้องคอยเตือนตัวเองรื่องที่ว่า URL นี่ก็เสียตังค์ พื้นที่เวบก็เสียตังค์ นะจ๊ะๆ ถึงได้มีแรงที่จะอยากกลับมาเขียน)

สัปดาห์ที่ผ่านมาไปเดินสายลงพื้นที่คุยเรื่องประชาธิปไตยมในสามจังหวัด สามภาคค่ะ
ไล่ตั้งแต่เชียงใหม่ อุดร และไปจบที่ราชบุรี
เหนื่อยกับการนั่งรถสุดๆ แต่ละชั่วโมงที่นั่งอยู่บนรถก็คอยคิดหานวัตกรรมการนอน นอนยังไงให้หลับสนิท นอนยังไงให้ไม่เมื่อย :D

การที่ไปลงพื้นที่เพื่อพูดคุยเรื่องประชาธิปไตยในหลายพื้นที่นั้นเราได้ข้อสังเกตบางประการ(ทั้งที่เกี่ยวกับงาน และไม่เกี่ยว ฮ่ะๆๆๆ) คือ

  • คนต่างกลุ่มอาชีพมองเรื่องประชาธิปไตยต่างกันมาก ถึงแม้ว่าความหมายหลักจะเหมือนกัน แต่มิติที่มอง มิติที่ให้ความสำคัญกลับต่างกัน ตามแต่ละประเด็นปัญหาหลักที่เค้าเจอ
  • คนในเมืองไม่ค่อยมีประเด็นเรื่องการซื้อ-ขายเสียง แต่คนในต่างจังหวัดมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่
  • มีคนบอกว่าชาวบ้านบางคนเชื่อว่ารับเงินมาแล้วไม่เลือกเค้า บาปจะขบหัว เนื่องจากรับเงินมาจากหลายคน ชาวบ้านเลยกาเลือกทุกคนที่ให้เงินมา ฮาาาา (ชอบอันนี้สุดละ)
  • ประชาชนคนธรรมดา ร้อยละ 90 ไม่รู้ว่า นิติรัฐคืออะไร ร้อยละ70 ไม่เข้าใจว่าธรรมาภิบาลคืออะไร
  • หลายคนมองว่าประชาธิปไตยทำให้แตกแยก
  • เสื้อแดงในเชียงใหม่(ที่เจอ) ไม่กล้าแสดงตัวว่าเป็นเสื้อแดง แม่ค้าที่ไนท์บาซ่าร์ด่าเสื้อแดงเกือบทุกร้าน
  • ตอนไปอุดรก็ไม่เจอเสื้อแดง แต่ไปเจอคนนึงที่ร้านลาบที่ขอนแก่น ใส่เสื้อแดงมา(เสื้อผู้ก่อการร้าย หรืออะไรซักอย่าง) ทีมเราแทบจะวิ่งเข้าไปขอสัมภาษณ์เค้าว่าทำไมถึงกล้าประกาศตน ในขณะที่มีการตามล่า ตามล้างแบบนี้
  • แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เข้าไป เพราะเห็นว่าเค้ามากินข้าว และเราก็กำลังหิวโซกัน
  • ยิ่งหัวโขนใหญ่ ตำแหน่งเยอะ เนื้อหาที่เราได้จากเค้ายิ่งน้อย ยิ่งเป็นชาวบ้านมากเท่าไหร่ ยิ่งมีความจริงใจที่จะคุยกับเรามากเท่านั้น(ถึงแม้ตอนแรกเค้าจะอายๆ ไม่กล้าพูดกับเราเพราะบอกว่าตัวเองไม่รู้เรื่องนี้ก็ตาม)
  • การพูดภาษาถิ่นได้มีผลดีกับการทำให้ชาวบ้านเชื่อใจ(ไปรอบนี้เราเลยได้ขุด คำเมือง แบบกระท่อนกระแท่นออกมาใช้ สนุกดี)

ฯลฯ

ข้อสรุปแบบเป็นจริงเป็นจัง คงต้องรอตอนสรุปโครงการ(สิ้นปี) เพราะตอนนี้มีแต่ข้อมูลเป็นก้อนๆ ลอยอยู่ในหัว ฮ่ะๆๆๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่าพอทำจนจบโครงการแล้ว เอาข้อมูลทั้งหมดที่ได้มามาวิเคราะห์อกมา แล้วจะได้รูปร่างหน้าตาของประชาธิปไตยของชาวบ้านเป็นยังไง จะเหมือนหรือจะต่างจากที่คิดไว้บ้าง

แต่เท่าที่ดูตอนนี้นั้น สรุปได้อย่างหยาบๆ อย่างนึงคือ ประชาธิปไตยตามความเข้าใจของชาวบ้านนั้นไม่ได้เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยสากล ไอ้ประชาธิปไตยแบบไทยๆ มันไม่ใช่แค่ข้ออ้างของชนชั้นนำที่จะเอามาบิดเบือนประชาธิปไตย แต่ในการรับรู้ของชาวบ้านเองก็มีประชาธิปไตยที่เป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ(คือไม่เป็นสากล)อยู่เหมือนกัน ทีนี้เราว่าโจทย์ที่ต้องคิดอย่างนึงคือ ถ้าเราจะพัฒนาประชาธิปไตยในไทยนั้น เราควรดัดสิ่งที่เป็นอยู่ให้กลับมาอยู่ในหลักการสากล หรือพัฒนาประชาธิปไตยแบบไทยๆ(ของชาวบ้าน)ให้ดีขึ้นจนถึงเกณฑ์ที่รับได้

อันนี้คงเป็นเรื่องที่ต้องเก็บเอาไปคิดหลังจากโครงการของปีแรกจบลง(และหาเงินมาทำปีที่สองได้อ่ะนะ)

ปล.ข้อคิดที่สำคัญที่ได้จากการลงพื้นที่นอกเหนือจากนี้คือ ศึกษาเส้นทางให้ดี(เพราะหลงกระจาย) ศึกษาร้านอาหารให้ดี(จะได้ไม่เฟล) ไปเชียงใหม่ไม่ต้องเดินไนท์บาซ่าร์ เพราะของที่นั่นก็คือๆกันกับที่สีลมและข้าวสาร(ใครก๊อปใคร?) หุหุ

Be Sociable, Share!

Leave a Reply