[แปล] นี่ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมสำหรับการบุกตลาดสหรัฐฯของ BTS – บังชิฮยอก

ที่มา K-Pop Herald* http://kpopherald.koreaherald.com/view.php?ud=201611141159496079752_2 แปล/เรียบเรียง – @mhonism   บังชิฮยอก หัวเรือใหญ่แห่ง Big Hit Entertainment ให้สัมภาษณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า “บังทันโซนยอนดัน” จะยังไม่เริ่มการโปรโมทอย่างเป็นทางการในสหรัฐฯในเร็ววันนี้

[แปล] “Bangtan Bomb” กลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จของ BTS

ต้นฉบับ – http://entertain.naver.com/read?oid=025&aid=0002657188 แปลอังกฤษ – http://peachisoda.blogspot.com/2016/11/article-161107-bangtan-bomb-on-sns-push.html แปลไทย/เรียบเรียง – @mhonism หลังจากปล่อยอัลบั้มเต็มที่ 2 “Wings” เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา บังทันโซนยอนดันก็เข้าไปเขย่าชาร์ต US Billboard และชาร์ตเพลงในอีกหลายประเทศ กระแสจากต่างประเทศสู่เกาหลี ความสำเร็จของบังทันนั้นยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะที่พวกเขาได้รับเสียอีก บังทันกลายมาเป็นนักร้องเกาหลีกลุ่มแรกที่เข้า Billboard 200 ด้วยอันดับ 26 หลังจากเมื่อปี 2014 2NE1 เคยทำสถิติสูงสุดไว้ที่อันดับที่ 61 Billboard ได้เผยแพร่บทความหลายบทความที่พูดถึง “ปรากฏการณ์บังทัน(Bangtan Phenomena)” โดยในบทความเหล่านั้นบอกว่า “บังทันได้ก้าวเข้าสู้พื้นที่ความสำเร็จใหม่ ทั้งที่ไม่มีเพลงภาษาอังกฤษ และไม่มีการโปรโมทในสหรัฐอเมริกา” นอกจากนี้บังทันถูกจัดไว้ในอันดับที่ 6 ของ Youtube Music Global Top 100 Artist chart…

[แปลบทความ] “ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของชีวิต” ที่มาถึงของบังทันโซนยอนดัน

Yonhap News By ชองจูวอน, อีอึนจอง แปล/เรียบเรียง @mhonism ที่มา: http://english.yonhapnews.co.kr/kwave/2016/11/07/3001000000AEN20161107006300315.html บังทันโซนยอนดัน วงบอยแบนด์จากค่ายเล็ก ๆ ที่ประสบความสำเร็จในระดับที่วงจากค่ายใหญ่ก็อยากจะไปให้ถึง

[แปล][INTERVIEW] Jeff Benjamin Talks BTS, K-Pop And More by

(ที่มา – https://macgmagazine.com/2016/10/18/interview-jeff-benjamin-talks-bts-k-pop-and-more/) Ashley Griffin จาก MACG ดิจิตอลแมกกาซีน จับเข่าคุยกับ Jeff Benjamin บรรณาธิการบทความแห่ง Fuse TV และคอลัมน์นิสท์ที่มีบทความตีพิมพ์ใน Billboard, Rolling Stone, Nylon, BuzzFeed และอีกหลายแห่งในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวงการเพลงเกาหลี ถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของบังทันโซนยอนดัน การเติบโตของวงการเคป๊อป และความคาดหมายของเขาถึงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

Stranger in a lonesome night

#StrangerInLonesomeCity Stranger in a lonesome night. . . “มึง ไปแดกเหล้ากันมั้ย มีร้านเปิดใหม่เค้าว่าเพลงเพราะ ช่วงนี้มีโปรด้วยนะมึง” แทฮยองรัวคำพูดใส่สายโทรศัพท์ทันทีที่ผมกดรับสาย “น๊า มึงน๊า ไปกันนะ มึงจะนอนเหงานอนอืดแค่เพราะโดนเมียทิ้งไม่ได้นะเว่ย ไปหาไปเจอคนใหม่บ้างดิ น๊า” “เออๆ” ผมตอบรับตัดรำคาญไป ถึงเพื่อนตัวแสบจะให้เหตุผลว่าอยากให้ผมออกไปเจอผู้คนบ้าง แต่ผมว่ามันนั่นแหละที่อยากออกไปหม้อสาวๆซะมากกว่า “ร้านไหนล่ะมึง”

โรฮิงยา 2015 – ความเห็นจากผู้ไม่เชี่ยวชาญ แต่เคยทำงานเรื่องนี้มาบ้าง

จริง ๆ เขียนลงในโน้ตบน tablet แล้วแคปจอไปแชร์บนทวิตเตอร์  ผ่านไปหลายชั่วโมงเพิ่งรู้ว่ามาเปิดบนคอมแล้วมันอ่านยากมาเลย(ก็บน tablet เค้ามันอ่านได้ปกติน่ะ -*- ) เลยคัดมาลง blog เก็บไว้ด้วย

ประชาธิป’ไทย ในความทรงจำ

จริงๆ ไปดูเรื่องนี้มาตั้งแต่รอบสื่อฯ ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน(17 มิ.ย. 56) พอมาถึงตอนนี้ก็ลืมๆ สิ่งที่ดูไปประมาณ 60% ได้แล้ว ฮ่ะๆๆๆ ข้างล่างนี้คงเป็นบันทึกอะไรเล็กๆ น้อยๆ ถึงหนังเรื่องนี้ หนังเรื่องนี้ไม่เหมาะกับคนที่เคยผ่าน “ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง” หรือหนังสือในทำนองนั้นมาแล้ว เพราะหนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรที่แปลกใหม่สำหรับคุณ หนังเรื่องนี้เหมาะมากกับคนที่รู้จักคณะราษฎรในฐานะว่าชิงสุกก่อนห่าม ประชาชนไม่เคยพร้อม และ 14 ตุลา จบลงอย่างสงบตอนเช้าวันนั้นหน้าวังสวนจิตรฯ แต่ถ้าคุณเคยอ่านหนังสือ สปช. แล้วเชื่อเรื่องที่เขียนอยู่ในนั้นเลย หนังเรื่องนี้ก็ไม่เหมาะกับคุณอยู่ดี หนังเรื่องนี้ไม่ใช่อาหารแบบฟูลคอร์ส ไม่ใช่เมนคอร์ส แต่เป็นแค่ออร์เดิร์ฟ กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มหรอก ถ้าเราไม่หาเมนคอร์สมากินต่อ หนังเรื่องนี้ไม่มีสมศักดิ์ เจียมธีระสกุล ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา… ส่วนตัวแล้วเรามองว่าสมศักดิ์เองก็ไม่ได้เหมาะที่จะอยู่ในหนังเรื่องนี้ อย่างที่บอกว่าหนังเรื่องนี้เป็นแค่ออร์เดิร์ฟ และกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะกับหนังคือกลุ่มคนที่เราอาจจะจัดกลุ่มเขาอย่างหยาบๆ ได้ว่า “สลิ่ม”, มีใครค้านมั้ยว่าท่าทีแบบสมศักดิ์(และตัวสมศักดิ์เอง – จะด้วยความใจแคบของสลิ่มหรืออะไรก็ตาม)ไม่เหมาะกับการชักจูงกลุ่มเป้าหมายนี้ให้เปิดใจรับฟัง ถึงไม่มีสมศักดิ์ แต่ก็มีธงชัย วินิจจะกูล ซึ่งบทบาทของธงชัยแม้จะไม่ได้ออกมาเยอะอย่างปริญญา แต่ก็เป็นคนพูดอะไรสำคัญๆ ในหนังอยู่ตลอดเวลา และมีประเด็นที่น่าจะทำให้กลุ่มคนดูเป้าหมายเก็บกลับไปคิด…

19 พฤษภา ในความทรงจำของฉัน

จริงๆ แล้วมีความทรงจำเกี่ยวกับการชุมนุม เมษา-พฤษภา 2553 ไม่มากนัก ไปที่ชุมนุมแบบนับครั้งได้  จะบอกว่าเพราะว่าตอนนั้นบ้านกับที่ทำงานอยู่คนละทิศกับสถานที่ชุมนุมก็ดูแก้ตัวมากเกินไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าก็มีผลอยู่เหมือนกัน อีกเหตุผลคือไม่อยากมีปัญหากับแฟนเท่าไหร่ แฟนมักจะห้ามและบอกว่าถ้าหมอนไปต้องตายแน่ๆ เพราะเป็นคนที่มีสกิลการเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉินต่ำมาก …จริงๆ มันดูเป็นข้ออ้างทั้งสองเรื่องเลยนะ มันคงเป็นข้ออ้างนั่นแหละ เหตุผลที่แท้จริงคงเป็นที่เราขี้เกียจมากเกินไป และขี้ขลาดมากเกินไป —————————————————————– ก่อนวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ไม่กี่วัน… จริงๆ แล้วก็จำไม่ได้แน่ชัดว่าเป็นวันที่เท่าไหร่ แต่เป็นช่วงที่เหตุการณ์พีคๆ มีการตั้งด่านทหารแล้ว ถ้าจำไม่ผิดมีการยิงกันเกิดขึ้นแล้ว NGO ไทยส่วนหนึ่ง กับ NGO ต่างชาติที่ทำงานในไทยส่วนหนึ่งได้คุยกันว่าเราจะทำยังไงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดี? สถานการณ์มันไปไกลเกินไปมาก สุดท้ายหลังการพูดคุยเราก็เลยได้วิธีการแบบ NGOๆ นั่นคือเราจะออกจดหมายเปิดผนึกถึงอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และแกนนำกลุ่มนปช. ในฐานะ Actor หลักที่มีผลต่อสถานการณ์ รวมทั้งส่งจดหมายและเข้าพบกับ Mr. Homayoun Alizadeh ผู้แทนข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย เพื่อขอให้สหประชาชาติเข้ามาแทรกแซง(ไม่ใช่โดยการทหารนะ แต่ด้วยวิถีทางการทูตหรือการกดดันแบบอื่น)เพื่อหยุดการฆ่าและเพื่อให้เกิดการสืบหาความจริง จดหมายที่ส่งออกไปหน้าตาแบบนี้…

เอะอะก็แบน

อ่านข่าว เปิดคำพิจารณา หนัง ‘ฟ้าต่ำ แผ่นดินสูง’ ห้ามฉายในราชอาณาจักร ก่อนนะจ๊ะ บอกก่อนว่ายังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้นะคะ(เพราะวันที่เค้าฉายกันที่หอศิลป์ จขกท….ตื่นสาย = =” ทุเรศจริงๆ ให้ตายเถอะ) แต่ในฐานะที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน และมีโอกาสได้ลงไปทำงานในพื้นที่ความขัดแย้ง ได้คุยกับทั้งชาวบ้านจากภูมิซรอลและจากฝั่งกัมพูชา ทำให้ตัวเราเองสนใจหนังสารคดีเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงที่ได้ข่าวว่ามีการถ่ายทำ(หรือช่วงโพสท์โปรดักชั่นนี่แหละ) เพราะเราเองก็อยากรู้ว่าในมุมมองของคนจากสายงานอื่นเค้ามองประเด็นปัญหานี้อย่างไร และจะสะท้อนมันออกมาในรูปแบบไหน เหมือนหรือต่างจากมุมที่เรารับรู้มาจากการลงไปทำงานกับคนในพื้นที่อย่างไรบ้าง แล้วก็แอบตั้งความหวังไว้นิดๆ ว่า ถ้าหนังเรื่องนี้ได้ออกไปสู่สาธารณชนก็น่าที่จะดึงประเด็นบางอย่าง หรือมุมมองบางมุมมองให้ออกมาเป็นที่ถกเถียงและเรียนรู้ร่วมกันของสังคมได้บ้าง แต่พอมาเห็นข่าวการแบน ‘ห้ามฉายในราชอาณาจักร’ แบบนี้ เราก็รู้สึกเลยว่าสงสัยความหวังของเราจะกลายเป็นหวังลมๆ แล้งๆ ไปรึเปล่า? ยิ่งตามมาอ่านเหตุผลที่คณะอนุกรรมการพิจารณาฯ ให้ไว้ก็ยิ่งเงิบ เฟล เศร้าใจ หลายอารมณ์มันปนกันไปมา บางทีก็ขำกับสิ่งที่เรียกว่า “วิจารณญาน” ถ้าหากเราจะพิจารณาดูเหตุผลที่คณะอนุกรรมการอ้างว่า ‘พิจารณามาแล้ว’ แล้วจะพบว่าไม่เพียงหนังเรื่องนี้หรอกที่ควรจะถูกพิจารณาว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ จะกระทบต่อความมั่นคงภายใน และความมั่นคงระหว่างประเทศ เพราะตามเกณฑ์นี้เองข่าวหนังสือพิมพ์ ข่าวโทรทัศน์ เวบบลอก หรือกระทั่งเวบบอร์ดก็เป็นภัยในระดับเดียวกัน (พูดถึงเรื่องข่าว ตอนช่วงที่มีเหตุความขัดแย้งกันแรงๆ ตอนที่สันติอโศกยังชุมนุมอยู่กทม. ที่ทำงานเราเคยไปพบเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยพร้อมทั้งพาชาวบ้านจากภูมิซรอลและ CSO…