Once goes viral, Always goes viral.

https://www.facebook.com/k6stories/posts/415524288540701 เรื่องของเรื่อง(เผื่อขี้เกียจคลิกเข้าไปอ่าน) คือ มีคนอัพคลิปขึ้นยูทิวป์ชื่อ “แค่จีบสาว…ต้องโดนขนาดนี้เลยหรอ” เนื้อหาประมาณว่าหนุ่มจะไปเซอร์ไพรส์ขอสาวมาเป็นแฟนแล้วให้เพื่อนตามถ่ายวิดิโอโมเมนท์นั้น แต่พอไปถึงกลับโดนสาวเจ้าด่าและปาดอกไม้ใส่+ตอกด้วยประโยค “เอาเงินไปทำหน้าดีกว่ามั้ย” เห็นว่าคอมเมนท์ท้ายคลิป(กับตามบอร์ดต่างๆ)ช่วงแรกก็ด่าสาวว่าแรงเกิ๊น ตัวเองหน้าตาดีนักหรอ บลาบลาบลา จากนั้นก็มาถึงจุดเงิบจุดแรก(คล้ายๆ turning point ฮ่ะๆๆๆ)ตรงที่มีคนเข้ามาคอมเมนท์ท้ายคลิปในยูทิวป์ว่าสาวในคลิปนั่นแฟนเค้าเอง ผู้ชายนั่นแหละชอบมาตามตื๊อ ตอนนี้คนเลยหันมาด่าผู้ชาย จนกระทั่งถึงจุดเงิบที่สองคือ…คลิปนี้เฟคจ้าาาาา ทำมาส่งอาจารย์ให้หัวข้อว่าด้วยไวรัลวิดิโออะไรทำนองนั้น คนที่ด่าๆ ที่ผ่านมาก็เงิบกันเป็นทิวแถว แต่ที่แย่กว่าความเงิบคือ…ความที่วิดิโอนี้ตีโจทย์การทำไวรัลคลิปได้แตกมากๆ คือเล่นกับอะไรที่ดราม๊าดราม่า จนคนแชร์ต่อๆ กันไปเยอะ คนก็เข้ามาด่าเยอะตามไปด้วย จนสุดท้ายน้องผู้หญิงที่โดนด่าเยอะสุดน่าจะทนไม่ไหว(เห็นมีคนมาโพสท์ว่าร้องไห้ไปแล้วอะไรทำนองนั้น)ทีมงานเลยตัดสินใจเอาคลิปลง แต่แน่นอนตามที่จั่วหัวว่าอะไรก็ตามที่มันไวรัลไปแล้ว มันจะยังคงวนเวียนอยู่ในโลกของไวรัลตลอดไป…พอคลิปถูกเอาลงปุ๊บ ก็มีคน(ใครก็ไม่รู้)รีอัพโหลดแทบจะในทันทีเหมือนกัน(ที่ตกใจคือ…พี่โหลดคลิปแบบนี้เก็บไว้ทำไมคร๊าาาาา) ทั้งในยูทิวป์ ทั้งในเฟซบุ้ค ไม่ใช่แค่คนธรรมดานะ แต่เซเลบออนไลน์เจ้าพ่อเกาะกระแสแบบพุด เดชอุดมก็รีอัพโหลดกับเค้าด้วย ดีไม่ดีพรุ่งนี้เช้าคลิปนี้อาจได้ออกสรยุทธนะ :p จริงๆ เหตุการณ์นี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนที่คิด/ตั้งใจจะทำไวรัลคลิปนะ อะไรที่ไวรัลไปแล้วจะไวรัลต่อไปเสมอ ดังนั้นก่อนปล่อยต้องคิดให้ถี่ถ้วน ปล่อยไปแล้วจะเป็นภาระกับลูกหลานในภายหลังมั้ย? ปล่อยไปแล้วจะรับได้ฟีดแบ๊คได้รึเปล่า (คลิปที่เล่นกับดราม่าที่เนกาทีฟมากๆๆๆ มักจะโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง…

#GDTHATXX

เพลงใหม่จาก G-Dragon เปลี่ยนอารมณ์จาก One of a Kind ไม่ทันเลย :p

ครั้งแรกของหนู

เกิดมาไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้ทำอะไรกับเค้าแบบนี้ด้วย!!! …เรื่องของเรื่องคือ เมื่อวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา เค้ามีเปิดให้ซื้อบัตรคอนเสิร์ต BIGBANG ALIVE GALAXY TOUR 2012 IN BANGKOK ล่วงหน้า(รอบขายจริงวันที่ 1 กันยา และจะเปิดแสดงวันที่ 5 – 6 ตุลาคม) ดิฉันก็ทำสิ่งที่ไม่คิดฝันว่าจะทำมาเลยในชีวิตนี้…คือไปต่อแถวเข้าคิวรอซื้อบัตรกับเด็กๆ ด้วยฮ่ะ = =” เริ่มขายบัตรตั้งแต่ 10.00 น. ก็ไปยืนรอต่อคิวกันหน้าห้างตั้งแต่เช้าาาา ตอนเราไปถึงพารากอนนี่แปดโมงนิดๆ ไม่ถึง แปดโมงครึ่งดีนัก ก็เจอคิวเด็กๆ อยู่ประมาณเกือบสิบคนแล้ว ก็ต่อคิวไปกับเด็กแบบนั้นแหละค่ะ เขินๆ อยู่เหมือนกัน ส่วนน้องสาวออกไปดูลาดเลาที่ CTW ให้ โทรมาบอกว่าตรงประตูอิเซตัน(เคาท์เตอร์ไทยทิคเกตสาขา CTW อยู่ที่อิเซตัน ชั้น 1 ข้างแผนกB2S)…

ผู้หญิงสองคนเสียใจพร้อมกัน แต่ผู้ชายคนนั้น..ยังลอยนวล

เมื่อเช้าระหว่างที่รถทัวร์ที่นั่งกลับจากเชียงรายกำลังวิ่งเข้ากทม. บนรถก็เปิดเพลงของตั๊กแตน ชลดาพอดี พอกลับมาค้นก็เจอว่าเค้าทำเอมวีเป็นซีรียส์ด้วยนะ เลยโพสท์เก็บไว้ดีกว่า

The Lady : ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูการเมือง

“Even if you are not political, politics will come to you”1   วันนี้(6 กุมภา) ไปดู The Lady มากับเพื่อนๆ น้องๆ หนังค่อนข้างดี  เราร้องไห้ไปตั้งแต่ช่วงแรกๆของหนัง แล้วก็ร้องไห้ต่อมาเรื่อยๆ เป็นระยะๆ ถ้าใครพอจะรู้ประวัติศาสตร์การเมืองพม่ามาบ้างก็จะทำให้ดูหนังเรื่องนี้สนุกขึ้น และอินมากขึ้น แต่ถ้าไม่เคยรู้มาก่อนการดูหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสเกินไป เพราะตัวหนังเน้นเล่าเรื่องชีวิตของซูจีมากกว่าเล่าเรื่องการเมืองของเธอ ความกล้าหาญ ความสูญเสีย ความร้าวรานที่เธอต้องแลก เพื่อที่จะสามารถสู้ต่อบนถนนการเมืองเส้นนี้ เพราะฉะนั้นใครที่คิดว่าไม่ค่อยรู้เรื่องพม่าก็ไปดูเถอะค่ะ ไม่น่าจะมีอะไรให้ต้องเบื่อหรือน่าผิดหวัง แต่อย่างที่บอกว่าถ้าอ่านหนังสือไปก่อนบ้างก็จะสนุกขึ้น ระหว่างที่เรานั่งดูก็แอบคิดเรื่องนั้นโน้นนี้ ได้ข้อสรุป(หรือบางทีอาจเป็นคำถาม?)บางอย่างกับตัวเองมา 2 – 3 ประเด็น ผู้หญิงกับการเมือง: ตอนแรกที่เรานั่งดู สิ่งหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในใจของเราคือ “ยิ่งลักษณ์ต่างจากซูจีตรงไหน?” อันนี้พูดถึงในแง่ของการขึ้นสู่อำนาจ/ถนนการเมือง(แน่นอนว่ายิ่งลักษณ์ยังไม่สามารถเทียบกับซูจีได้…

I’m already torn

I’m all out of faith, this is how I feel I’m cold and I am shamed lying naked on the floor Illusion never changed into something real I’m wide awake and I can see the perfect sky is torn You’re a little late, I’m already…

Hero of War…

He said “Son, have you seen the world? Well, what would you say if I said that you could? Just carry this gun and you’ll even get paid.” I said “That sounds pretty good.”

October Sonata : รักสามเส้าเราสามคน พ่อค้า นักศึกษา กรรมาชน[Spoiled Alert มั้ง!]

เพิ่งหาวีซีดีหนังเรื่องนี้มาดูได้เมื่อไม่นานนี้(วันนั้นไม่มีเงินพอดี) จริงๆ ตอนแรกที่ดูก็รู้นะ เคยอ่านวิจารณ์มาบ้างว่าเป็นหนังที่แฝงการเมืองนะ แต่ตอนแรกก็คิดว่า เออ คงแค่นิดๆ มั้ง เพราะหน้าหนังนี่เป็นหนังรักจ๋ามาแต่ไกล แต่พอดูจริงๆ แล้ว โอ้ว ถ้าเราจะตีความให้เป็นการเมืองหนังเรื่องนี้เราสามารถตีความได้ทั้งเรื่องเลยนะ เราตีความอะไรไปบ้าง? เราว่าหนังเรื่องนี้พูดความสัมพันธ์ของ 3 ชนชั้น นายทุน/ขุนนาง กรรมาชีพ นักศึกษา/ปัญญาชน กรรมาชีพที่ถูกกดขี่จากนายทุน/ขุนนาง(ฉากคุณหญิงไล่แสงจันทร์ออกจากบ้าน/ฉากเล้งข่มขืนแสงจันทร์) ชาวบ้าน(กรรมาชีพ ชาวนา คนจน) รอคอยนักศึกษาให้ลงมาช่วย นักศึกษามาแต่ละทีก็มากันแค่ช่วงสั้นๆ จนชาวบ้านต้องหันไปพัฒนาตัวเองเอง มึงไม่มา กรูช่วยตัวเองก็ได้ฟระ อะไรประมาณนั้น จนถึงตอนจบที่รวีตาย รวีตายไปแล้ว นักศึกษาตายไปแล้ว ทั้งทางร่างกายและทางอุดมการณ์ แต่ชาวบ้านยังอยู่หนิจ๊ะ ^ ^ ที่ดูมาก็ได้ความอะไรประมาณนี้ อ่อ…พระเอกโคตรหล่อเลยล่ะ ฮ่ะๆๆๆ

Imagine

Imagine there’s no Heaven
It’s easy if you try
No hell below us
Above us only sky
Imagine all the people
Living for today